บํารุงสมอง ข้าวโอ๊ตมีใยอาหารและก็มีโปรตีนอยู่พอสมควร หรือแม้แต่โอเมก้า-3 ก็ยังมีอีกจำนวนหนึ่ง การกินข้าวโอ๊ตตอนเช้าจะช่วยให้เราแจ่มใส และไม่ง่วงนอนแม้ในยามบ่ายด้วย ไม่ใช่หอยทุกชนิดจะเป็นอาหารสมองได้ แต่หอยนางรมน่ะใช่แน่ ๆ เพราะมีทั้งซีลีเนียม แมกนีเซียม โปรตีน และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อสุขภาพสมอง ก่อนหน้านี้เคยมีการทดลองพบว่า คนที่กินหอยนางรมมีความจำและอารมณ์ดีขึ้นด้วย ผักโขม คะน้า ปวยเล้ง บร็อกโคลี่ กวางตุ้ง ฯลฯ ไม่ว่าคุณจะชอบผักใบเขียวชนิดไหน ควรพยายามกินทุกวัน ผักใบเขียว อุดมด้วยธาตุเหล็ก ถ้าขาดธาตุเหล็ก ก็อาจมีโรคต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น กลุ่มอาการขาอยู่ไม่เป็นสุข (Restless Legs Syndrome) อาการเหนื่อยล้า อารมณ์เสีย สมองตื้อตัน และปัญหาสภาพจิตอื่น ๆ บํารุงสมอง.

บํารุงสมอง
บํารุงสมอง แม้ใคร ๆ จะรู้กันว่ากินมะเขือเทศแล้วผิวสวย แต่มะเขือเทศเองก็จัดว่าเป็นอาหารสมองชั้นดีเหมือนกัน เพราะมันมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อว่าไลโซปีน จึงช่วยป้องกันโรคหลงลืมได้ เพียงแต่ต้องผ่านความร้อนก่อนเพื่อให้เรารับไลโคปีนได้เต็มที่ อย่างนี้ก็หมายความว่าซอสมะเขือเทศ ก็มีประโยชน์น่ะสิ? จริง แต่ว่าซอสมะเขือเทศก็มากับน้ำตาล เช่นกัน หากเป็นไปได้ก็ทำอาหารเองจะดีกว่านะ ถั่วมีทั้งโปรตีน ใยอาหาร และไขมันที่มีประโยชน์ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อยู่ในถั่วจะทำให้เราแจ่มใสได้ ในขณะที่โปรตีนและไขมันจะช่วยให้พลังงานคงระดับตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ยังมีวิตามินอีซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง  แต่อย่างไรก็ควรหลีกเลี่ยงถั่วเหลือบน้ำตาล หรือปรุงรส ส่วนทางเลือกที่ดีก็มีตั้งแต่เฮเซลนัต เม็ดมะม่วงหิมพานต์ วอลนัต และอัลมอนต์ ส่วนแมคคาเดเมียนั้นมีปริมาณไขมันมากกว่าถั่วชนิดอื่น ๆ นอกจากจะเป็นแหล่งของโอเมก้า-3 แล้ว ปลาทูน่า โดยเฉพาะปลาทูน่าครีบเหลือง ซึ่งมีระดับวิตามินบี 6 สูงกว่าอาหารประเภทอื่น ๆ วิตามินบี 6 นี้เกี่ยวพันโดยตรงกับความจำและสติปัญญา รวมถึงสุขภาพโดยรวมในระยะยาวของสมอง โดยรวมแล้ววิตามินบีคือ หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อการรักษาอารมณ์ให้คงที่ แต่วิตามินบี 6 จะส่งผลต่อการรับสารโดพามีนที่เป็นหนึ่งในฮอร์โมนความสุขเหมือนกับเซโรโทนิน บํารุงสมอง ชาเขียวนี้คือ มัตชะ ชาเขียวจากใบชาอ่อน ๆ ที่ผ่านกรรมวิธีบดด้วย หินตามแบบฉบับญี่ปุ่น เมื่อเราดื่มชาเขียวเหล่านี้เข้าไป ก็เหมือนกับเราดื่มใบชาเข้าไปทั้งใบ ผงชาเขียวนั้นอุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลด์จึงทำให้มีสีเขียวสด เมื่อผสมเข้ากับน้ำร้อน (แต่ไม่เดือด) จะมีรสชาติฝาดนิด ๆ และเพียงแก้วเดียวก็ทำให้คุณรู้สึกปลอดโปร่งได้ ว่ากันว่า มัตชะคือเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้พระสงฆ์ญี่ปุ่นสามารถนั่งสมาธินาน ๆ ได้ แต่ถ้าพูดในแง่วิทยาศาสตร์แล้วมัตชะมีสารที่ชื่อว่า Catechin วิตามินเอและซี ฟลูออไรด์ และสาร L-Theanine ซึ่งช่วยในเรื่องสมาธิ แค่เฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเดียวก็มีมากกว่าบลูเบอร์รี่ถึง 33 เท่า ถ้ามันดีต่อสุขภาพของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ก็แปลว่ามันดีต่อสมองของเราด้วย บํารุงสมอง.

 

ทำให้ผิวขาว ถ้าต้องการขัดผิวหน้าก็ควรทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และขัดผิวกายเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง วธีขัดผิวที่ถูกต้อง สิ่งที่ต้องมีคือ ฟองน้ำสำหรับขัดผิวกาย ถุงมือผ้า อาบน้ำหรือใยบวบและผลิตภัณฑ์ขัดผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาคนขาย  เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบา ๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบา ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนใช้น้ำล้างออกให้สะอาดซับให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น ทำให้ผิวขาว.

ทำให้ผิวขาว
ทำให้ผิวขาว ผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวควรเลือกที่เป็นครีมหรือเจล เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็นเม็ดกลมเพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอกขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาดแล้วล้างออกด้วยน้ำมาก ๆ ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติเป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไปอาจทำให้แสบผิวได้เพราะใยเหล่านี้มีลักษณะสากและหยาบ เวลาขัดจึงควรขัดเบา ๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำและเมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง  การใช้ผ้าสำหรับถูตัว หรือฟองน้ำถูตัวเวลาอาบน้ำก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการขัดผิวโดยใช้ร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้ เลียนแบบจากสปาชั้นนำ โดยการใส่น้ำให้เต็มอ่างเติมเกลือเม็ดลงไปและเวลาที่ลงไปแช่ตัวอยู่ในอ่างให้ใช้เกลือ 1 กำมือ ขัดไปมาเบา ๆ ให้ทั่วตัวและล้างตัวด้วยน้ำสะอาด
แปรงผิวสามารถใช้ได้ดี โดยขัดเบา ๆ บนผิวที่แห้งก่อนอาบน้ำ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไปหรือจะใช้ในขณะอาบน้ำร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้เมื่อพูดว่า “ผิวขาว” เชื่อเลยค่ะว่าคุณผู้หญิงทั้งหลายนั้นคงต้องถึงกับชะงักงันในคำพูดนี้กันเลยทีเดียว และเมื่อเราพูดว่า “เรามีวิธีทำให้ผิวของคุณผู้หญิงทั้งหลายขาวขึ้นได้ด้วยละคะ” คุณผู้หญิงทั้งหลายกำลังจะนึกถึงอะไรกันบ้างเอ่ย… แน่นอนคะว่าผู้หญิงไทยอย่างเราหรือใครก็อยากมีผิวขาวด้วยกันทั้งนั้นและวันนี้เราก็มีหลากหลายวิธีในการทำผิวของคุณนั้นขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแบบไม่อันตรายมาฝากกันด้วยค่ะ หากพูดถึงวิธีทำผิวขาวผู้หญิงหลายคนอาจหูผึ่งและยิ่งเมื่อได้รู้ว่ามีวิธีที่จะสามารถทำให้คล้ำ ๆ ของคุณทำให้กลาย เป็นผิวขาวใสขึ้นได้ คุณผู้หญิงหลายคนคงจะไม่ปฏิเสธถึงเคล็ดลับ 27 วิธีทำให้ผิวขาว ที่เรากำลังจะบอกคุณ ๆ ใช่ไหม
วิธีทําให้ผิวขาว ได้แก่ วิธีขัดผิว (Exfoliating) หมายถึง การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้ารากศัพท์ของมันมาจากคำว่า “foliage” ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก ทำให้ผิวขาว เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอกทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าอยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้วเซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวาและดูเป็นสะเก็ด การขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิวก็ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใยบวบหรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่าง ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง และหากขัดมากเกินไปก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่น ๆ ได้ง่าย ถ้าไม่กำจัดออกไปผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้ ผลก็คือผิวจะหม่นหมองดูแล้วมีความมันหรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดีทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว ทำให้ผิวขาว.

ทำให้ผิวขาว การใช้น้ำมัน จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่นและเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้งเช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิวแต่เกรงว่าผิวจะแห้งเกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้วน้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป
การเพิ่มนม โยเกิร์ต น้ำผึ้ง หรืออื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวสามารถทำได้ แต่ต้องดูไม่ให้สครับข้นหรือเหลวเกินไปลักษณะของสครับที่ดีควรมีความหนืดเล็กน้อยจับตัวอยู่บนผิวได้และสะดวกแก่การขัด ใครที่ชอบความหอมรื่นรมย์ สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้
คนที่มีโรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบรุนแรง ต่อมน้ำเหลืองโต มีแผลเป็นหนอง หรือแม้แต่เป็นสิวอักเสบ ควรงดการสครับชั่วคราวจนกว่าจะหายเพราะการขัดเป็นการกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น ทำให้ผิวขาว.

ทำให้ผิวขาว
ทำให้ผิวขาว ถ้าจะสครับหน้าต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนที่สุด ขัดอย่างเบามือเพื่อกระตุ้นน้อย ๆ เน้นไปที่ร่องจมูกเลี่ยงจุดที่บอบบางมาก ๆ เช่น รอบดวงตา
เราสามารถทำสครับใช้เองง่าย ๆ ด้วย การใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อยแต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคืองมีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ มะขามเปียก สับปะรด มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคลมีความเป็นกรดช่วยทำความสะอาดผิวทำให้ผิวขาวใสมีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อน ๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ววิตามินสูงแต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรดเหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวังลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรกแต่ไม่เป็นกรดมาก ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว เช่น มะขามเปียกก็สามารถนำมาสครับได้เลย แต่ถ้าเลือกมะละกอก็ควรหาสิ่งที่เป็นบีดเพิ่มเข้าไปด้วย เพราะบีดช่วยเพิ่มความสากในสครับทำให้สามารถขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ง่ายขึ้น เพื่อความปลอดภัยควรเลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด เช่น เกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคืองและกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคมจึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการเสียดสี ถ้าคุณมีผิวมัน ใช้มะขามเปียกหรือสับปะรดซึ่งมีความเป็นกรดช่วยขจัดความมันผสมกับเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว เติมโยเกิร์ตช่วยบำรุงผิวก็ได้ ถ้าคุณมีผิวแห้ง ทำให้ผิวขาว ใช้ส้มเช้งเป็นส่วนผสมหลักปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือใส่งาขาวเป็นตัวช่วยขัด เพิ่มน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลดความระคายเคือง ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่าย ใช้แค่งาขาว งาดำผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็พอการปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนาน ๆ เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง โดยการใช้เกลือเม็ดเล็ก ๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้าย ๆ กัน คือมีบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ น้ำตาล อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอมอีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด ทำให้ผิวขาว.

ทำให้ผิวขาว ถ้าคุณมีผิวมัน ใช้มะขามเปียกหรือสับปะรดซึ่งมีความเป็นกรดช่วยขจัดความมันผสมกับเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว เติมโยเกิร์ตช่วยบำรุงผิวก็ได้
ถ้าคุณมีผิวแห้ง ใช้ส้มเช้งเป็นส่วนผสมหลักปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือใส่งาขาวเป็นตัวช่วยขัด เพิ่มน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลดความระคายเคือง
ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่าย ใช้แค่งาขาว งาดำผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็พอ การใช้น้ำมัน จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่นและเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้งเช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิวแต่เกรงว่าผิวจะแห้งเกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้วน้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป การเพิ่มนม โยเกิร์ต น้ำผึ้ง หรืออื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวสามารถทำได้ แต่ต้องดูไม่ให้สครับข้นหรือเหลวเกินไปลักษณะของสครับที่ดีควรมีความหนืดเล็กน้อยจับตัวอยู่บนผิวได้และสะดวกแก่การขัด ทำให้ผิวขาว.

ทำให้ผิวขาว
ทำให้ผิวขาว ใครที่ชอบความหอมรื่นรมย์ สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้ คนที่มีโรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบรุนแรง ต่อมน้ำเหลืองโต มีแผลเป็นหนอง หรือแม้แต่เป็นสิวอักเสบ ควรงดการสครับชั่วคราวจนกว่าจะหายเพราะการขัดเป็นการกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น ถ้าจะสครับหน้าต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนที่สุด ขัดอย่างเบามือเพื่อกระตุ้นน้อย ๆ เน้นไปที่ร่องจมูกเลี่ยงจุดที่บอบบางมาก ๆ เช่น รอบดวงตา
การปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนาน ๆ เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง โดยการใช้เกลือเม็ดเล็ก ๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้าย ๆ กัน คือมีบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ น้ำตาล อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอมอีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด เราสามารถทำสครับใช้เองง่าย ๆ ด้วย การใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อยแต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคืองมีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ
มะขามเปียก สับปะรด มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคลมีความเป็นกรดช่วยทำความสะอาดผิวทำให้ผิวขาวใสมีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อน ๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ววิตามินสูงแต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรดเหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวังลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรกแต่ไม่เป็นกรดมาก ทำให้ผิวขาว ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว เช่น มะขามเปียกก็สามารถนำมาสครับได้เลย แต่ถ้าเลือกมะละกอก็ควรหาสิ่งที่เป็นบีดเพิ่มเข้าไปด้วย เพราะบีดช่วยเพิ่มความสากในสครับทำให้สามารถขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ง่ายขึ้น เพื่อความปลอดภัยควรเลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด เช่น เกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคืองและกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคมจึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการเสียดสี ทำให้ผิวขาว.

สิวอักเสบ  รวมๆกับผลไม้ช่วยรักษาสิว ลดสิว จุดด่างดำบนหน้า ทำให้หน้าใสไร้สิว
หากพูดถึงการรักษาสิวด้วยธรรมชาติแล้ว สิ่งที่คนเรานึกถึงมากที่สุดก็คือ “การรักษาสิวด้วยผลไม้” ซึ่งมีให้เลือกสรรกันมากมาย หากจะให้พูดถึงทั้งหมดก็คงจะเขียนกันไม่รู้จบ ก็เลยขอคัดผลไม้ตัวเด็ดๆที่มีคนนิยมใช้รักษาสิวมาฝากกัน รับรองว่านอกจากจะช่วยรักษาสิวได้ดีแล้ว ยังช่วยให้หน้าขาวใส เนียนเรียบได้ดีอีกด้วย
มะนาวรักษาสิว
หากพูดถึงผลไม้ที่ช่วยเรื่องสิว มะนาวถือเป็นผลไม้อันดับต้นๆที่คนนิยมเอามาใช้รักษาสิวกันอย่างเแพร่หลาย (จริงๆแล้วมะนาวนี่เป็นผักสวนครัวไม่ใช่หรือ? ไม่เป็นไรเนียนๆไปก็แล้วกัน) ในน้ำมะนาวจะมีสารพวก AHA อยู่หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ “กรดผลไม้” นั่นเองซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิวหน้าที่ตายแล้วออกไปได้เป็นอย่างดี และด้วยความที่เป็นกรดอ่อนๆคนจึงนิยมนำน้ำมะนาวมาแต้มที่หัวสิวอักเสบกัน ทำให้สิวอักเสบยุบ หรือช่วยให้หัวสิวเปิดออกมาช่วยให้เรากำจัดหัวสิวออกไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากจะใช้ทาสิวได้แล้ว ยังใช้ดื่มเพื่อช่วยให้ระบบการย่อยอาหาร หรือการขับสารพิษในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น หากดื่มน้ำมะนาวเป็นประจำจะช่วยลดการเกิดสิวบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ประโยชน์เกินตัวขนาดนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว
มะเขือเทศเป็นผลไม้ที่คนนิยมนำมาพอกหน้ากันมานานมาก ซึ่งในมะเขือเทศจะมีสาร Licopersioin ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว มะเขือเทศเป็นกรดอ่อนๆนอกจากจะช่วยรักษาสิวอักเสบได้ดีแล้ว ยังช่วยกระชับรูขุมขนบนใบหน้าและช่วยผลัดเซลล์ผิวบนหน้าได้ดีอีกด้วย วิธีการก็คือนำมะเขือเทศไปปั่นให้ละเอียด แล้วก็จัดการพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออกตามปกติ ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะช่วยให้สิวลดลง ผิวหน้าชุ่มชื้นมีน้ำมีนวลขึ้น สิวอักเสบ .

สิวอักเสบ
สิวอักเสบ  มะละกอ ในมะละกอจะมีเอนไซม์ปาเปนและไคโมปาเปน ช่วยรักษาการอักเสบและช่วยการสมานแผลได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าเป้นสารสะกัดจากเปลือกมะละกอดิบจะช่วยให้การสมานแผลดีกว่าทายา Solcoseryl ถึง 1 สัปดาห์ ขนาดแผลยังรักษาได้นับประสาอะไรกับการรักษาสิว โดยเฉพาะใครที่มีปัญหาเรื่องหลุมสิวนี่ไม่ควรพลาด รีบเอามะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียด แล้วจัดการพอกหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยรักษาอาการอักเสบของสิวได้เป้นอย่างดี แต่ห้ามใช้เปลือกมะละกอดิบนะครับ ยางมันเยอะเดี๋ยวมันกัดหน้าเอา
มังคุดเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลดการอักเสบอยู่แล้ว เครื่องสำอางค์ในปัจจุบันก็มีมังคุดเป็นส่วนผสมหลายยี่ห้อ ดังนั้นเราสามารถใช้มังคุดมารักษาสิวได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะกับสิวอักเสบนี่ได้ผลดีนักแล วิธีทำก็เอาเปลือกมังคุดสัก 10 ลูกไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปคั้นน้ำด้วยที่คั้นออกมา จะได้น้ำสีม่วงๆก็นำไปผสมกับดินสอพลองให้พอข้นๆ จากนั้นก็นำมาแต้มหัวสิวที่กำลังอักเสบของเรา รับรองสิวอักเสบยุบในชั่วข้ามคืนเลยล่ะ ใครไม่เชื่อลองเอาสูตรนี้ไปใช้ดูไม่ผิดลิขสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น
การรักษาสิวด้วยผลไม้เป็นวิธีการรักษาแบบง่ายๆแต่ให้ผลดีในระยะยาว เนื่องจากการรักษาแบบธรรมชาตินี้จะไม่ค่อยมีการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย ไม่เหมือนการรักษาด้วยสารเคมี ทีพอรักษาไปนานๆเชื้อสิวก็ชอบจะดื้อยา ทำให้เราต้องใช้ยารักษาสิวกันอย่างไม่รู้จบ ลองรักษาสิวแบบธรรมชาติด้วยผลไม้ที่แนะนำกันดู อาจจะไม่ทำให้หน้าใสไร้สิวในเร็ววัน แต่หากหายแล้วอาจจะหายเป็นสิวไปตลอดเลยก็ได้ ของอย่างนี้ไม่ลองก็ไม่รู้จริงมั๊ยครับ
วิธีรักษาสิวด้วยกระเทียม
นำกระเทียมสดมา 1 กลีบโดยนำไปล้างสิ่งสกปรก หรือบางทีจะมีพวกเชื้อราอยู่ให้สะอาด เลือกที่มีกลีบใหญ่ๆจะใช้ได้สะดวก
นำกระเทียมมาหั่นให้เป็นแผ่นบางๆ หลายๆแผ่น
นำกระเทียมที่ได้มาถูบริเวณที่เป็นสิวเบาๆ ยิ่งตรงที่เป็นสิวอักเสบยิ่งเหมาะมากจัดไปเยอะๆเลย ไม่จำเป็นต้องทาทั่วหน้า เอาเฉพาะจุดที่เป็นสิว
ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยการล้างหน้าตามปกติ (มีบางรายที่ทิ้งไว้นานแล้วทำให้หน้าไหม้)
หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว ให้นำน้ำแข็งมาประคบเพื่อลดความร้อนแรงของกระเทียมลง ลดความเสี่ยงที่จะทำให้หน้าไหม้ หรือถ้ามีแตงกวาก็หั่นแตงกว่าเป็นแว่นๆแล้วนำมาแปะไว้ที่หน้าก็ได้ช่วยได้เหมือนกัน
ก็เป็นวิธีรักษาสิวแบบง่ายๆด้วยการใช้สมุนไพรที่อยู่ในครัวอย่างกระเทียมมาเป็นตัวช่วย จากการทดลองพบว่าช่วยให้หัวสิวอักเสบยุบลงได้ดี เหมือนช่วยไม่ให้เชื้อสิวแพร่กระจายออกไป แต่ของอย่างนี้ก็แล้วแต่ผิวหน้าของแต่ละคนด้วย หากไม่แน่ใจให้ลองเอากระเทียมมาทาที่ท้องแขนดูก่อนสัก 10-15 นาที แล้วดูว่ามีอาการแสบ แดงบริเวณนั้นหรือไม่ ถ้ารู้สึกแสบๆคันๆก็แสดงว่าคุณแพ้กระเทียมเข้าให้แล้วครับ ยังไงก็หวังว่าบทความการรักษาสิวด้วยกระเทียมจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ครับ สิวอักเสบ .

สิวอักเสบ  วิธีรักษา สิวผด สิวอุดตัน แบบธรรมชาติ จากของในครัว
เรื่องสิว ที่ไม่ใช่เรื่องสิวๆ สำหรับสาวๆ ทั่วไป สิวมีหลายชนิดแต่สิวที่เราจะพบเจอบ่อยๆ และมันพร้อมที่จะผุดขึ้นมาทักทายบนใบหน้าของเราได้ทุกเมื่อ นั่นก็คือ สิวผด เป็นตุ่มเล็กๆ มองไม่เห็นในช่วงเช้าแต่ช่วงบ่ายจะพบว่ามีตุ่มผดโผล่ขึ้นมา และ สิวอุดตัน ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันนั่นเอง เมื่อสิวตุ่มเล็กๆสร้างความรำคาญใจให้แก่สาวๆ
วันนี้ดิฉันมี 4 วิธีการรักษาสิวแบบธรรมชาติใกล้ตัวและใกล้ครัว มารับมือกับเจ้า สิวผด สิวอุดตัน เหล่านี้ค่ะ
วิธีรักษา สิวผด สิวอุดตัน แบบธรรมชาติ
ไข่ขาวรักษาสิว
ไข่ เป็นวัตถุดิบที่มีประจำตู้เย็นแทบจะทุกบ้าน เพราะเมนูไข่ถือว่าเป็นเมนูประจำชาติได้เลยทีเดียว อีกหนึ่งคุณประโยชน์ของไข่ที่สาวๆ หลายคนอาจยังไม่ทราบนั่นคือ ไข่ขาวสามารถพิชิต สิวผด สิวอุดตัน ได้เป็นอย่างดีและวิธีก็ง่ายแสนง่าย แค่ล้างหน้าให้สะอาดแล้วพอกด้วยไข่ขาว ทิ้งไว้ 10 -20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ แล้วบอกลากับบรรดาสิวๆได้เลยค่ะ
หมายเหตุ: ช่วงแรกในการบอกหน้าสาวบางคนอาจพบปัญหาสิวเห่อเพราะเป็นช่วงที่มีการขับสารพิษออกมา ให้อดทนทำต่ออีก 2-3 วันนะคะ
น้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ สามารถฆ่าเชื้อโรคได้คล้ายกับยาปฏิชีวนะอ่อนๆ ดังนั้น การนำน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ มาพอกหน้า 5-10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำอุ่น จะทำให้ผิวสะอาด ลดการเกิด สิวผด สิวอุดตัน ได้เนื่องจาก น้ำผึ้งจะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุการเกิดสิว สิวอักเสบ .

สิวอักเสบ
สิวอักเสบ น้ำมะนาว อุดมไปด้วย กรดผลไม้ หรือ AHA (Alpha Hydroxy Acids) ซึ่งจะเร่งให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป วิธีการใช้ก็แค่บีบน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นเล็กน้อยเพื่อเจือจางไม่ให้น้ำมะนาวเข้มข้นมากเกินไป แล้วทาไปบริเวณที่เกิดสิวทิ้งไว้ 10-20 นาทีแล้วล้างออก หรือบางสูตรอาจนำ น้ำมะนาวผสมผงยาสีฟัน สมัยโบราณแล้วพอกหน้า 10-15 นาทีแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดก็ได้ รับรองเจ้า สิวผด สิวอุดตัน หายเกลี้ยงเลยค่ะ
มะเขือเทศ มีสารสำคัญที่ดีต่อผิวพรรณมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไลโคปีน แคโรทีนอยด์ เบต้าแคโรทีน กรดอะมิโน วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆสามารถรักษา สิวผด สิวอุดตัน ได้ แค่ทำการหั่นมะเขือเทศเป็นแว่นๆ หรือบดให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์
ผลข้างเคียงจากการเกิดสิวอักเสบ มักเกิดได้บ่อย ถ้าไม่รีบรักษา คือ
1. รอยดำจากสิว
2. รอยแดงช้ำ ซึ่งอยู่ได้นาน เป็นเดือนๆ
3. รอยหลุมจากสิว หรือ Icepick-scar
สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว
1. เกิดจากกรรมพันธุ์
2. เกิดจากการแพ้อาหาร เช่น บางคนทานช็อกโกแลต แล้วสิวขึ้นทันที ทานเมื่อไรก็ขึ้นทุกที
3. เกิดจากสภาพอากาศ เช่น บางคนโดนแดดมาก ๆ สิวก็ขึ้นได้คะ
4. เกิดจากสภาวะเครียด เนื่องจากเมื่อเราเครียดการไหลเวียนของเลือดจะเริ่มผิดปกติ ต่อมไขมัน ผลิตไขมันมากจนเกิดสิว นอกจากนี้ความเครียดยังทำให้ความต้านมานโรคของร่างกายต่ำลง ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น
5. เกิดจากระดับฮอร์โมน เช่นในช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือวัยรุ่น โดยกรดไขมันที่เกิดจากากรย่อยไขมันโดยเชื้อโรคจะถูกขับออกมาตามรูขุมขนพร้อมๆกับเชื้อโรคตลอดเวลา แต่ระดับฮอโมนเพศในช่วงดังกล่าวจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้น ดังนั้นไขมันจึงระบายออกมาไม่ทัน เชื้อโรคจึงมีโอกาสแบ่งตัวมากขึ้น
6. เกิดจากการทาครีม หรือแป้ง ทำให้มีการอุดตันรูระบายไขมัน สารเคมีในสบู่บางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ครีมบำรุงผิว น้ำมันและโลชั่นบางชนิดอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดสิว สิวอักเสบ .

สิวอักเสบ  วิธีรักษาสิวอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน ด้วยตนเอง
สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่นด้วยแล้ว สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ที่มีทั้งสิวเสี้ยน สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวหัวช้าง หรือสิวเรื้อรัง ขยายลุกลามเหวอะหวะกลายเป็นรอยแผลเป็นที่น่าเกลียดขึ้นได้ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษา แต่จากนี้ไป ถ้าคุณมองตัวเองในกระจกและเห็นสิวบนใบหน้า คุณจะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป!! ข่าวดีคือ มีหลายวิธีดีๆ และคุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองเพื่อกำจัดสิว วันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการรักษาสิวได้อย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนมาฝากค่ะ เป็นเคล็ดลับดีๆ เพื่อช่วยให้คุณรักษาสิวทั้งหมดได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ หรืออาจจะภายในช่วง 2-3 วัน ก็เป็นไปได้ ในบทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่สองสิ่งที่สำคัญคือ เคล็ดวิธีการรักษาสิวด้วยตนเองและการดูแลผิวเบื้องต้นที่คุณควรปฏิบัติทุกวัน
วิธีการกำจัดสิวแบบเร่งด่วน
แต่เมื่อมีความจำเป็นที่คุณต้องการกำจัดสิวให้หายไปในเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวได้อย่างรวดเร็ว
1 ยาสีฟัน
ในตัวยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน (triclosan) มีคุณสมบัติเป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอนและเช็ดให้แห้ง(เบาๆ) ใช้ยาสีฟันสีขาวแต้มที่สิว หลังจากนั้น 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด
ข้อแนะนำคือ ใช้เป็นแบบครีมตัวยาสีฟัน ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้ สิวอักเสบ .

สิวอักเสบ
สิวอักเสบ  2 แพ็คน้ำแข็ง
โดยนำก้อนน้ำแข็งไปห่อในผ้าขนหนูนุ่ม แล้วนำไปวางบนสิวของคุณ มันจะช่วยลดการอักเสบบวมและอาการคันได้นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งในบริเวณอื่นๆของใบหน้าที่ไม่ได้เป็นสิว เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง
3 น้ำมะนาว
ใช้น้ำมะนาวแต้มที่สิวก่อนเข้านอน ในน้ำมะนาวประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มันมีประสิทธิภาพช่วยในการทำให้สิวของคุณแห้ง นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายด้วยนะค่ะ
4 เบรคกิ้งโซดา
เบรคกิ้งโซดา ก็คือ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง ที่จะช่วยควบคุมระดับ pH ของผิว คุณสามารถใช้ผงฟูเพื่อผลัดผิวหน้าของคุณ โดยการนำผงฟูผสมกับน้ำ จากนั้นนำไปแต้มสิวบริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทิ้งไว้นานเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีผิวที่บอบบาง โดยผงฟูมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วยนะค่ะ
5 ใช้อบเชยผสมน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเป็นยาประจำบ้านที่ดีในการรักษาสิว มันช่วยให้ผิวของคุณสามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ น้ำผึ้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นและช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเรานำน้ำผึ้งแต้มที่สิวที่มีการติดเชื้อและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรืออีกวิธีคือ นำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากกลัวเปื้อนที่นอนสามารถใช้ผ้าบางรองไว้บนหมอน
6 มากส์หน้าด้วยไข่ขาว
ล้างหน้าและเช็ดหน้าของคุณให้สะอาด จากนั้นตอกไข่และแยกไข่แดงออก เพื่อแยกเอาเฉพาะไข่ขาว จากนั้นทาไข่ขาวบาง ๆ บนใบหน้าที่สะอาดและปล่อยให้แห้งประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณจะเห็นถึงความแตกต่างว่า ผิวของคุณกระชับขึ้น
เคล็ดลับอื่น ๆ เกี่ยวกับวิธีการกำจัดสิวชั่วข้ามคืน ที่ควรทำอย่างยิ่ง
- หยุดเอามือสัมผัสหน้า หรือเท้าคางเวลาคิด เพราะมือของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้สิวเห่อได้
- สวมเสื้อผ้าที่สะอาด หนึ่งนี้ควรจะเป็นสามัญสำนึก ผ้าเช็ดหน้าปลอกหมอนและของคุณยังตกอยู่ภายใต้นี้ สิ่งเหล่านี้มักจะอยู่ในการติดต่อกับใบหน้าของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขามักจะทำความสะอาด
- ล้างหน้าให้สะอาด ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ด้วยสบู่อ่อนที่ไม่ระคายเคือง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู จำไว้ว่าไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื่น โดยไม่ได้ช่วยป้องกันสิวแต่อย่างใด
- ออกกำลังกายและกินเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดี มีออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้เต็มที่ และจะช่วยให้คุณมีผิวที่สวยงามขึ้นด้วย ควรให้เวลาที่เพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง /สัปดาห์
- กินเพื่อสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพจะช่วยให้คุณมีผิวที่สวยงามขี้น ควรรับประทานผักและผลไม้จำพวกถั่วและเมล็ดธัญพืชในอาหารประจำวันของคุณ เพราะประกอบไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมายที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณของคุณให้สวยเปล่งปลั่ง
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหนังจะฟื้นฟูสภาพตัวเองที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน
ลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง หน้าตาจะสดใสขึ้นค่ะ
- จัดการความเครียด สาเหตุของการเป็นสิวที่พบบ่อยคือความเครียด ดังนั้นควรหาวิธีผ่อนคลาย เพราะจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง รวมทั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาวในร่างกายดีขึ้น
- ทำดีท็อกซ์ การเป็นสิวย่อมแสดงว่าร่างกายในช่วงนั้นมีท็อกซินหรือพิษสะสมในร่างกาย การทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษในร่างกายได้
- ปรึกษาแพทย์ของคุณ ในบางกรณีการเกิดสิวอาจจะรุนแรง หากใช้วิธีรักษาสิวด้วยตนเอง แล้วพบว่า อาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นมากขึ้น ทางออกที่ดีที่สุดคือไปพบแพทย์ทันที การรักษาอื่น ๆ อาจมีความจำเป็นเพื่อรักษาสิวบนใบหน้าของคุณ สิวอักเสบ .

บํารุงผิว กระจ่างใส ผิวที่ขาวกระจ่างใส สีผิวเนียนเรียบ ผิวดูชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา คือผลของการที่เราดูแลผิวอย่างดีเป็นประจำทุกวัน ทำอย่างไรถึงมีสีผิวสม่ำเสมอ ไร้จุดด่างดำ เรามีวิธีมาบอกค่ะ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และการออกแดดแรงๆ เป็นเวลานานเพราะแดดเป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำ ก่อให้เกิดจุดด่างดำและริ้วรอยบนใบหน้าได้ค่ะ บํารุงผิว กระจ่างใส.

บํารุงผิว กระจ่างใส
บํารุงผิว กระจ่างใส ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เลือกชนิดที่ป้องกันได้ ทั้งรังสีUVAUVB และมีค่าSPF15 ขึ้นไปเพราะแสงอัลตรา ไวโอเลตจะทำให้ผิวของเราหมองคล้ำ ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ทาในตอนเช้าและตอนเย็นจะทำให้ ผิวมีความชุ่มชื่นเพิ่มความแข็งแรงให้ผิว อย่าใช้ความรุนแรงกับผิว หลีกเลี่ยงการบีบ แกะ เกาผิว หน้าและอย่าขัด ถูผิวหน้าแรงๆ ดูแลผิวอย่างอ่อนโยนด้วยไวท์เทนนิ่งครีมที่มีส่วนผสมของสารที่มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เช่น สารสกัดจากมะนาว วิตามิน Cช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ สครับหรือมาร์กผิว อาทิตย์ละครั้งเพื่อผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออก ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น การบำรุงผิวเป็นขั้นตอนดูแลที่สำคัญ เพราะแต่ละวันการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ที่เป็นต้นเหตุทำให้ผิวหมองคล้ำ บํารุงผิว กระจ่างใส เกิดจุดด่างดำอาจทำได้ยาก การ์นิเย่มีตัวช่วยจัดการความหมองคล้ำให้สาวๆ ด้วยการ์นิเย่ ไลท์ ครีม SPF17/ PA++ซึ่งมีส่วนผสมของสารสกัดบริสุทธิ์จากมะนาว และนวัตกรรมสนสกัดไว้ด้วยกัน ช่วยจัดการลึกถึงสาเหตุของความหมองคล้ำได้ถึงต้นตอของจุดด่างดำ พร้อม SPF17 และ PA++ ที่ช่วยปกป้องผิว จากแสงแดดอย่างเต็มประสิทธิภาพ บํารุงผิว กระจ่างใส.

บำรุงไต ใครก็ตามที่เป็นโรคไตมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องระมัดระวังในเรื่องของอาหารการกิน เพราะไตมีหน้าที่หลักคือ การขับน้ำและของเสียออกจากร่างกาย หากมีปัญหาเกี่ยวกับไต ก็ต้องยอมรับก่อนว่า อวัยวะกำจัดขยะออกจากร่างกายของคุณมีประสิทธิภาพไม่ดีพอ อย่างแรกที่ต้องมาเน้นกันมากกว่าอาหารบำรุงไตคือ อาหารที่จะกลายเป็นขยะในตัวคุณ ซึ่งหากคุณกินเข้าไปมากเกินไปก็จะเป็นภาระให้ไตที่มีปัญหาอยู่ก่อนทำงานหนักยิ่งขึ้น อาหารที่ควรจะต้องระมัดระวังสำหรับคนเป็นโรคไตได้แก่ บำรุงไต.

บำรุงไต
บำรุงไต 1. อาหารที่มีเกลือโซเดียมมากเกินไป คนที่เป็นโรคไตมักจะถูกห้ามไม่ให้กินเค็ม เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว มีเกลือผสมอยู่ด้วยทั้งนั้น ไตที่มีปัญหามักจะขับโซเดียมออกจากร่างกายได้น้อยลง ทำให้เกลือค้างอยู่ในร่างกาย เมื่อเกลือในร่างกายมีมาก มันจะอุ้มน้ำเอาไว้มากเกินไป จนคนที่เป็นโรคไตมีอาการบวม แนะนำว่าคนที่เป็นโรคไตต้องกินอาหารที่ไม่เค็ม แต่บ้านเราที่จะเป็นปัญหามากกว่าคือเกลือที่มีรสหวาน คนที่เป็นโรคไตจะต้องถูกห้ามไม่ให้กินผงชูรสด้วยจึงจะถูก เพราะโมโนโซเดียมกลูตาเมทที่เป็นผงชูรสนั้นก็คือเกลือโซเดียมดี ๆ นี่เอง การกินอาหารนอกบ้านที่มีแต่ผงชูรสไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนเป็นโรคไต 2. อาหารโปรตีนจะต้องไม่มากเกินไป ความเป็นจริงคือในแต่ละวันร่างกายใช้อาหารโปรตีนไม่มาก ที่เหลือมันจะโยนทิ้งทางไตหมด ไม่เคยเก็บสะสมไว้ เช่น ขนาดที่หากกินวัวทั้งตัวเข้าไป ร่างกายมันจะใช้เนื้อวัวนิดเดียวประมาณ 100-180 กรัมเท่านั้น โปรตีนที่เหลือมันจะขับออกทางไตทั้งหมด หากคนที่เป็นโรคไตกินโปรตีน ประเภทเนื้อวัว หมู ไก่ ปลา นม ไข่ มากเกินไป ไตที่ป่วยอยู่แล้วจะทำงานหนักมากกว่าเดิม ดังนั้น แนะนำว่าในแต่ละวัน อาหารที่เป็นเนื้อสัตว์น่าจะมีปริมาณวันละเท่ากับ 1 ฝ่ามือของคุณเท่านั้น ทีนี้สำหรับคนที่เป็นโรคไตเนฟโฟรติก มีการสูญเสียโปรตีนในปัสสาวะ ให้ใช้วิธีกินโปรตีนคุณภาพสูงเข้าไปทดแทน บำรุงไต คือกินเฉพาะไข่ขาวในระหว่างที่ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ วิธีนี้จะดีกว่าการกินอาหารโปรตีนมาก ๆ เพื่อป้องกันการสูญเสียทางไตเอาไว้ก่อน แนะนำว่า ให้กินไข่ขาววันละ 4-6 ฟองจะช่วยทดแทนโปรตีนที่สูญเสียไปกับปัสสาวะในแต่ละวัน หากไม่มีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะแล้วก็ให้งดการกินไข่ขาวไป 3. สารปนเปื้อนในอาหารทุกชนิดต้องงดเด็ดขาด เช่น สีผสมอาหาร กลิ่นสังเคราะห์ รสชาติสังเคราะห์ สารกันบูด กันเชื้อรา ฯลฯ เพราะสารเคมีเหล่านี้ล้วนเป็นภาระให้ไตต้องขับออกนอกร่างกาย ทำให้ไตทำงานหนักโดยใช่เหตุทั้งสิ้น ดังนั้นควรเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปจากซูเปอร์มาร์เก็ต บำรุงไต.

เหน็บชาที่มือ  “เคยไหมที่มีอาการมือชา สาเหตุเกิดจากอะไร จะมีวิธีป้องกันและรักษาได้หรือไม่ มีคำตอบค่ะ”
มือชา ปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยวัยกลางคน โดยมากมักเกิดกับเพศหญิงมากกว่าชาย เกิดจากการใช้งานของมือในลักษณะที่ต้องมีการกระดกข้อมือ หรือกำยืดนิ้วมือตลอดวัน ซึ่งกลุ่มที่พบ ได้แก่ แม่ครัว ช่างทำผม แม่บ้านทำความสะอาด กวาดบ้าน หรือคนทำงานในออฟฟิศที่ต้องรับโทรศัพท์ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ และกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยที่มีข้อต่อกระดูกคอเสื่อม รวมถึงการขาดวิตามินบี จะมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดมือชาได้
อาการ จะเริ่มชาที่ฝ่ามือและนิ้วมือ ในขณะที่ใช้มือทำงานอย่างต่อเนื่อง และถ้าเป็นมากอาจมีอาการชาจนเป็นเหน็บในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน และมีอาการปวดตอนกลางคืนจนต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อขยับมือหรือบีบนวดฝ่ามือ และถ้าปล่อยไว้นานจะมีการอ่อนกำลังของมือหยิบจับสิ่งของแล้วร่วงหล่น จนถึงขั้นมีการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อมือในที่สุด เหน็บชาที่มือ .

เหน็บชาที่มือ
เหน็บชาที่มือ   สาเหตุของมือชา ส่วนมากเกิดจากการหนาตัวของเอ็นยืดกระดูกบริเวณข้อมือ หรือที่บริเวณอุโมงค์ข้อมือ เอ็นนี้จะไปกดรัดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ฝ่ามือ และเส้นประสาทที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกที่ฝ่ามือ การเคลื่อนไหวของข้อมือมากๆ จะทำให้เกิดการระคายมากขึ้น
สำหรับการดูแลป้องกัน ต้องเริ่มจากลดการใช้งานข้อมือที่ทำงานหนักๆ ปรับท่าทางการทำงานของมือให้เหมาะสม ระหว่างการทำงานข้อมือจะต้องไม่งอมากจนเกินไป และใช้อุปกรณ์ช่วยประคองข้อมือสำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อให้ข้อมือมีที่พัก เมาส์ที่ใช้ก็ต้องมีขนาดพอดีมือ ไม่เล็กจนเกินไป เพราะจะทำให้ข้อมือเกร็งมากขึ้น
ส่วนการรักษา ถ้าผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง จะให้ยาต้านการอักเสบของเส้นเอ็นและเส้นประสาท การให้วิตามินบี จนถึงขั้นสุดท้าย คือ การผ่าตัดเอ็นที่ไปกดรัดเส้นประสาทนั้น ฉะนั้น การดูแล ป้องกัน และถนอมข้อมือ เพื่อให้เราได้ใช้งานนาน ๆ จึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ หากใช้งานข้อมือที่ผิดท่า ผิดวิธี อาจนำมาซึ่งการรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น
การป้องกันรักษา
1. บริโภคอาหารที่มีวิตะมินบี1 สูง เพื่อทดแทนวิตะมินบี1 ที่ขาดไปในข้าวที่สีขัดจนขาว อาหารที่มีวิตะมินบี1 สูง ได้แก่ ยีสต์ น้ำมันตับปลา เนื้อหมู (เพราะหมูกินรำข้าวที่มีวิตะมินบี1 สูง ไปเก็บสะสมไว้ในเนื้อ) ปลา และพวกถั่วต่างๆ
2. หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตรและทารก ควรรับประทานอาหารที่มีวิตะมินบี1 ให้มากขึ้น มารดาที่ขาดวิตะมินบี1 เมื่อให้นมบุตรจะทำให้บุตรเกิดโรคเหน็บชาได้ ฉะนั้นตองเพม วิตะมิน บี1 ในน้ำนม
3. ผู้ที่ดื่มสุรามาก หรือเป็นโรคพิษสุรามักจะไม่ค่อยรับประทานอาหาร ทำให้มีโอกาสขาดวิตะมินบี1 ได้ จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตะมินนี้ให้มากขึ้น
4. ปลาบางชนิดมีเอนไซม์ทำลายประสิทธิภาพของวิตะมินบี1 คือ ไทอะมิเนส (Thiaminase) เป็นสารที่ไม่ทนต่อความร้อน ส่วนใหญ่พบในปลาน้ำจืด อาจพบในปลาน้ำเค็ม และหอยบางชนิดได้ ฉะนั้นการบริโภคปลาและหอยดิบเป็นจำนวนมากๆ อาจก่อให้เกิดการขาดวิตะมินบี1 แล้วเป็นโรคเหน็บชาได้เช่นกันจึงควรหลีกเลี่ยง
5. บริโภคข้าวซ้อมมือ ขาวแดง ขาวขัดไม่ขาว ข้าวนึ่งแห้งแล้วสี ถ้าบริโภคข้าวขาว ควรได้เติมข้าวกระยาทิพย์ลงไปด้วย
6. ควรหุงข้าวไม่เช็ดนํ้า หรือนึ่งข้าวกิน
7. ในการรักษาโรคเหน็บชาทุกระยะ นอกจากระยะรุนแรง อาจให้สารไทอะมินเป็นเมล็ดกิน หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือเข้าเส้นโลหิต โดยเฉพาะเด็กทารกไทยเป็นและเสียชีวิตได้ เป็นอันดับแรก การวินิจฉัยโรคนี้ก็ด้วยการฉีดไทอะมินเข้าเส้นโลหิตในทารกที่มีอาการหนัก หลังจากนั้น 2-3 ชั่วโมงถ้าอาการทุเลาขึ้น แสดงว่าทารกนั้นเป็นโรคเหน็บชาจากการขาดวิตะมินบี1 จริง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ให้ไทอะมินติดต่อกันไปวันละ 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 2-3 ชั่วโมง และให้ครั้งละ 10-50 มิลลิกรัม จนอาการดีขึ้นเกือบเป็นปรกติ จึงเปลี่ยนวิธีให้โดยวิธีกิน หรือ ผสมในน้ำนมหรือในอาหารของมารดาและของทารก เหน็บชาที่มือ .