ปวดบ่า  อาการก่อนได้รับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังเป็นอย่างไรบ้างคะ?
-  ต้องขอบอกก่อนว่า  ปกติผมเป็นคนร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว  และเป็นคนชอบตีกอล์ฟเป็นประจำ  จนกระทั่งเมื่อประมาณ 1 เดือน ที่ผ่านมา ผมมีอาการปวดบริเวณบ่าเหมือนมีอะไรมาบีบอย่างรุนแรงทรมานมาก  นอนไม่ได้เลย  นั่งก็ปวด เดินก็ปวด ทนไม่ไหว  ตอนแรกก็คิดว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่กินยาคลายกล้ามเนื้อก็คงจะหาย  แต่ปรากฏว่าอาการไม่ดีขึ้น  แถมยังมีอาการปวดมากขึ้นกว่าเดิมอีก จึงตัดสินใจมาหาหมอที่ รพ.วิภาวดี เพราะเป็นคนไข้ของ รพ.วิภาวดีมากว่า 20 ปี แล้วครับ  ซึ่งผมก็ได้ตรวจรักษากับ พญ.กัลยา ดำรงศักดิ์  อายุรแพทย์ระบบประสาทวิทยา รพ.วิภาวดีครับ
แพทย์ได้ทำการตรวจรักษาอย่างไรบ้างคะ?
-  คุณหมอกัลยา ให้ผมทำ MRI   เครื่อง X-Ray   คอมพิวเตอร์ ความเร็วสูงที่มีความระเอียดแม่นยำ และชัดเจนสูง  ผลจากการทำ MRI ทำให้ทราบว่า   หมอนรองกระดูกสันหลังไปกดทับเส้นประสาทอยู่   ทำให้ผมมีอาการดังกล่าวข้างต้น   คุณหมอกัลยา  เลยส่งต่อให้กับ นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ  ศัลยแพทย์ ระบบประสาทวิทยาของรพ.วิภาวดี ทำการรักษาต่อไป
นพ.เมธี ได้ทำการรักษาต่อไปอย่างไรบ้างคะ ?
-  คุณหมอแนะนำวิธีการรักษาให้ผมอยู่ 2 วิธี ครับ   คือ 1. กินยารักษาตามอาการ ซึ่งก็เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ  ปวดบ่า.

ปวดบ่า
ปวดบ่า  2. การผ่าตัด   (อันนี้จะรักษาที่ต้นเหตุ)  ด้วยความปวดและทรมานมาก     ผมจึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดครับ
กลัวไหมคะ  ที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด ?
-  ไม่กลัวครับ  เพราะผมทราบดีว่า  วิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันนี้ทันสมัยมาก  บวกกับ คุณหมอเมธี   ท่านได้อธิบายรายละเอียดในการรักษาให้ฟังด้วย  เลยไม่รู้สึกกลัว ซึ่งคุณหมอเมธีท่านก็บอกกับผมว่า  หลังจากผมผ่าตัด พักฟื้นแค่คืนเดียว  ก็สามารถกลับบ้านได้แล้วครับ แถมแผลที่เกิดจากการผ่าตัดยังมีขนาดเล็กนิดเดียวด้วยครับ
หลังจากผ่าตัดแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ?
-  ไม่มีอาการเจ็บปวดเลยครับ   เรียกว่าหายเป็นปลิดทิ้งเลย   มีแค่เจ็บแผลนิดหน่อยเอง  ที่สำคัญคือ แผลมีขนาดเล็กนิดเดียว และพักฟื้นแค่คืนเดียว  ผมก็สามารถกลับไปทำงานได้เหมือนเดิมแล้วครับ
ช่วยพูดถึงวิวัฒนาการผ่าตัดของ รพ.วิภาวดี  ให้ฟังหน่อยค่ะ?
-  สมัยนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ทันสมัยมาก    สะดวกและรวดเร็วมากด้วยครับ เลยทำแผลที่เกิดจากการผ่าตัดมีขนาดเล็กนิดเดียว  ไม่ต้องโกนหัว  และไม่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนานๆเหมือนเมื่อก่อน  รวมถึงแพทย์สมัยนี้ก็มีความเชี่ยวชาญมาก  วิวัฒนาการทางการแพทย์บวกกับแพทย์ที่เก่งด้วย   ก็เลยทำให้การผ่าตัดไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ
การผ่าตัดสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว       เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย  บวกกับ  ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทาง   เลยทำให้การผ่าตัด ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไปแล้วค่ะ  รพ.วิภาวดีเราภูมิใจมาก  ที่เรามีทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัยไว้ให้บริการคุณ
อาการและอาการแสดง
มีอาการปวดในกล้ามเนื้อและปวดมากขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อนั้นถูกใช้งานมากมีบริเวณ (โซน) ของการปวดร้าว พบจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ เมื่อกดจะเจ็บมากขึ้นและอาจปวดร้าวได้ คลำพบพึงผืดลักษณะเป็นก้อน หรือแถบแข็งเป็นลำ บริเวณจุดกดเจ็บ อาจพบว่ามีการจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อต่อใกล้เคียง และกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้
การรักษาตนเองเมื่อมีอาการปวดคอ
1. สำหรับผู้ที่มีอาการปวดคอหรือคอแข็งอย่างเฉียบพลัน หลังจากการเอี้ยว บิดผิดท่าหรือภายหลังการตื่นนอน
- พยายามพักผ่อนให้มาก ทางที่ควรหาโอกาสนอนราบชั่วคราว เพราะจะทำให้คอไม่ต้องแบกน้ำหนักของศีรษะ
- กินยาแก้ปวด ถ้าปวดไม่มากอาจกินยาพาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง หรือถ้าปวดมากให้กินแอสไพริน ขนาด 300 มิลลิกรัม 2-3 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยไม่เกิน 12 เม็ดต่อวัน ต้องกินยาพร้อมกันกับหรือหลังอาหารทันที อาจกินควบกับยาลดกรด เช่น อัลมาเจล อะลั่มมิลค์ ฯลฯ อาการปวดจะทุเลาลงภายใน 2 ชั่วโมง บางครั้งกินยาเพียง 1-2 วัน อาการก็จะหายสนิท หยุดยาได้
- การประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำร้อนในระยะแรกอาจใช้น้ำแข็งทุบใส่ถุงพลาสติกห่อผ้าขนหนูบริเวณที่ปวด หรือจะใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบประมาณ 10-15 นาทีก็ได้ จะบรรเทาอาการปวดได้
- การดัดยืดกระดูกคอด้วยตนเอง ใช้สองมือประสานกันที่บริเวณท้ายทอย ค่อย ๆ ออกแรงดัดกระดูกคอในท่าก้มหรือดัดในท่าก้มร่วมกับบิดศีรษะไปในทิศทางที่หันไปไม่ได้เต็มที่ ทำเป็นจังหวะอย่างช้า ๆ จนรู้สึกเจ็บเสียวเล็กน้อย แล้วค้างไว้ประมาณ 30 วินาที ทำชุดละ 5-10 ครั้ง วันละ 3 ชุด ภายหลังการดัดยืดแล้วอาการเจ็บปวดจะลดลงการเคลื่อนไหวคอจะมากขึ้นแล้วจะหายดีภายใน 3 วัน
- การใส่ปลอกคอ มักไม่มีความจำเป็น ยกเว้นในรายที่ปวดมากจริง ๆ กินยาแล้วยังไม่ทุเลาอาจทำปลอกคอง่าย ๆ โดยใช้ผ้าขนหนูขนาดกลางพับเป็นแถบกว้าง 3-4 นิ้ว พันรอบคอแล้วใช้เข็มกลัดซ่อนปลายกลัดให้แน่นพอที่จะกันไม่ให้ก้มหรือตะแคงคอได้ แต่ต้องไม่แน่นมากจนอึดอัดหายใจไม่สะดวก
- การยึดกล้ามเนื้อ ท่านต้องทราบว่ากล้ามเนื้อมัดใดที่มีปัญหา
โดยคำขอปรึกษาจากนักกายภาพบำบัดแล้วค่อย ๆ ยืดเนื้อเยื่อไปตามความยาวของกล้ามเนื้อ
ยืดค้างนาน 10-20 วินาทีแล้วพัก ทำชุดละ 10 ครั้ง วันละ 2-3 ชุด
- หลีกเลี่ยงการใช้งานหลักของกล้ามเนื้อมัดที่มีปัญหา ปวดบ่า.

ปวดไหล่ ข้อควรปฏิบัติ
ถ้าปวดมากและทันที ควรพักการใช้ข้อไหล่ และใช้ผ้าพยุงแขนและไหล่ไว้ชั่วคราว 1-2 วัน เวลาลุกนั่งหรือเดิน
ประคบไหล่ด้วยถุงน้ำแข็ง วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-30 นาที
อย่าบีบ นวด หรือดัดข้อไหล่ที่กำลังปวด ควรใช้ยาแก้ปวดทาบริเวณนั้นเบาๆ 2-3 ครั้ง และกินยาแก้ปวด
พอทุเลา อย่าใช้แขนข้างที่ปวดยกหรือหิ้วของหนักๆ
อย่ากางแขน โหนหรือเหนี่ยวนานเกินควร
ถ้าปวดทันที และไม่ทุเลาใน 24 ชั่วโมง ควรพบแพทย์ ถ้าทุเลาพอทน ก็เริ่มบริหารและสามารถใช้ยาแก้ปวดรับประทานได้
อาการปวดไหล่ที่สำคัญ และต้องพบแพทย์เฉพาะทาง คือ อาการปวดโดยเฉพาะเวลากลางคืนหรือนอนตะแคงทับไหล่ด้านที่ปวดไม่ได้
การป้องกันการบาดเจ็บของข้อไหล่
ถ้าผู้ป่วยเคยมีปัญหาปวดไหล่ในอดีต แนะนำให้ยืดกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่อย่างถูกต้อง
หลังจากออกกำลังกายหรือถ้ามีอาการปวดไหล่อีก ให้ใช้ความเย็นประคบ และอาจรับประทานยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์หลังจากออกกำลังกายได้ ถ้าไม่มีข้อห้ามในการใช้เช่น มีอาการแพ้ยา, โรคตับอักเสบ, โรคไตทำงานบกพร่องเป็นต้น
ในกรณีที่มีอาการของเส้นเอ็นอักเสบให้ทำการออกกำลังกายเพื่อขยับข้อไหล่เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะข้อไหล่ติด
ในรายที่เล่นกีฬา ควรเรียนรู้เทคนิคการเล่นกีฬาอย่างถูกต้อง เพื่อลดโอกาสการเกิดการบาดเจ็บรุนแรงจากการเล่นกีฬาแบบผิดวิธี ปวดไหล่.

ปวดไหล่
ปวดไหล่  ข้อไหล่ติด (adhesive capsulitis of shoulder, Frozen shoulder) : สาเหตุเกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อไหล่ แล้วเกิดพังผืดในข้อไหล่ ทำให้ข้อไหล่ขยับได้น้อยลง จะพบบ่อยในกรณีที่กระดูกหักบริเวณแขน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยขยับแขนลดลง หรือพบบ่อยกับโรคบางอย่างเช่น โรคเบาหวานเป็นต้น ในช่วงแรกของการดำเนินโรคจะมีอาการปวดไหล่ แล้วตามมาด้วยข้อไหล่เริ่มติดและอาการปวดค่อยๆลดลง แต่ข้อไหล่จะติดมากขึ้น
ข้อไหล่อักเสบ (arthritis) : สาเหตุเกิดจากการอักเสบภายในข้อไหล่ ส่วนใหญ่เกิดจากการเสื่อมตามอายุ (degenerative), ตามหลังการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ (post-traumatic) หรือจากโรคข้อรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) จะทำให้เกิดอาการปวด, บวม  และอาจมีข้อไหล่ติดตามมาได้เช่นเดียวกัน
ข้อไหล่ไม่มั่นคง : ในผู้ป่วยบางรายอาจมีภาวะข้อไหล่หลวม ทำให้กระดูกต้นแขนเคลื่อนที่ออกจากเบ้าได้ง่าย ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บหรือเสียวเหมือนข้อไหล่จะหลุดเวลาที่หมุนไหล่ไปในทิศทางเฉพาะเช่น ทำท่าขว้างบอลเป็นต้น ในกรณีที่ไหล่หลุดแล้วผู้ป่วยจะมีอาการปวดมาก และขยับไหล่เองไม่ได้
อาการที่ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์
1. มีข้อไหล่บวม
2. มีอาการปวดมานานกว่า 2 สัปดาห์
3. มีอาการปวดร่วมกับการเคลื่อนไหวข้อไหล่ได้ไม่เต็มที่
4.มีอาการชาของแขน หรือมีอาการเย็นหรือเปลี่ยนสีของผิวหนังบริเวณแขนร่วมด้วย
5. มีอาการอื่น เช่น ไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ร่วมด้วย เป็นต้น
การวินิจฉัย (Diagnosis)
การวินิจฉัยอาการปวดไหล่นั้นเริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุของโรค และแยกโรคที่เกิดจากสาหตุที่ไม่ได้อยู่บริเวณข้อไหล่ การเอกซเรย์จะทำในรายที่สงสัยว่ามีภาวะของกระดูกและข้อที่ผิดปกติร่วมด้วยเนื่องจากไม่สามารถเห็นเนื้อเยื่อหรือเส้นเอ็นจากการเอกซเรย์โดยตรงได้ ในบางโรคแพทย์สามารถฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุของโรคเพื่อยืนยันการวินิจฉัยได้ และในรายที่ข้อมูลเบื้องต้นไม่เพียงพอ หรือจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอาจส่งทำ ultrasound, CT หรือ MRI ต่อไป
การรักษา (Treatment)
การรรักษาอาการปวดไหล่ประกอบด้วย การรักษาอาการทั่วไป, การรักษาด้วยกายภาพบำบัด และการผ่าตัด
การรักษาทั่วไป : เมื่อมีอาการปวดไหล่ระยะเฉียบพลัน ควรงดการเคลื่อนไหวของไหล่ข้างที่มีอาการ อาจใช้ผ้าคล้องแขนแนบชิดลำตัว งอข้อศอกประมาณ 90 องศา รับประทานยาแก้ปวดเช่น พาราเซตามอล, ยาลดอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) และยาคลายกล้ามเนื้อ
การกายภาพบำบัด : เลือกใช้ความเย็นหรือความร้อนประคบ โดยใช้ความเย็นในกรณีที่มีอาการปวดรุนแรง ปวดเฉียบพลันเพื่อบรรเทาอาการปวด และใช้ความร้อนในกรณีที่อาการปวดไม่รุนแรง หรือมีข้อไหล่ติดเพื่อช่วยในการไหลเวียนของเลือด ร่วมกับการบริหารด้วยการเคลื่อนไหวแบบไม่ใช้แรงในช่วงแรกเพื่อป้องกันข้อไหล่ติด นอกจากนี้อาจให้นักกายภาพบำบัดช่วยได้ เช่น การนวด, การดัดข้อ และการใช้คลื่นเสียงอัลตรา (ultrasound) เป็นต้น
การผ่าตัด : จะใช้ในกรณีที่รักษาด้วยการกายภาพบำบัดแล้วไม่ดีขึ้นเป็นเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน โดยวิธีการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับโรคที่ผู้ป่วยเป็น และแพทย์ผ่าตัด ในปัจจุบันมีทั้งการผ่าตัดส่องกล้อง และการผ่าตัดแบบเปิด ปวดไหล่.

ปวดคอ เมื่อพูดถึงอาการปวดบริเวณต้นคอ บ่า สะบัก เชื่อว่า ผู้อ่านหลายๆ ท่านคงเคยเกิดอาการลักษณะนี้มาก่อน และบางรายหาทางออกด้วยการใช้บริการนวดแผนโบราณ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง มากน้อยแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ก็หวนกลับมาเป็นอีก บางรายปวดเรื้อรังจนแยกไม่ออกว่าเป็นแค่ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดเพราะสาเหตุอื่น
สำหรับปัญหานี้ ผศ.นพ.เจริญชัย อัศวก้องเกียรติ ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง ประจำโรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า อาการปวดคอนั้น พบได้ในคนหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะผู้ที่นั่งทำงานในสำนักงาน หรือออฟฟิศนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มือพิมพ์แป้นพิมพ์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง การนั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ เป็นสาเหตุของอาการปวดคอที่ทำให้ผู้ป่วยต้องมาพบแพทย์บ่อยมาก อาจปวดแบบเป็นๆ หายๆ หรือปวดเรื้อรัง ถ้าอาการปวดมาจากกล้ามเนื้อจะไม่ค่อยก่อปัญหาอะไรมาก แต่ถ้าปวดรุนแรงมากเพราะหมอนรองกระดูกสันหลังบริเวณกระดูกต้นคอเสื่อม แล้วเคลื่อนไปทับเส้นประสาท หรือไขสันหลัง อาการปวดชนิดนี้นับว่าเป็นอันตราย ปวดคอ .

ปวดคอ
ปวดคอ    รู้จักหมอนรองกระดูก
คอ และหลังของคนเราจะประกอบด้วยกระดูกสันหลังหลายๆ ข้อมาต่อกัน ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อจะมีอวัยวะชนิดหนึ่งคั่นอยู่ เรียกว่า หมอนรองกระดูก ซึ่งจะประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ วงรอบนอกจะมีลักษณะเป็นวงแหวนที่มีความหยุ่น เหนียว คล้ายยางรถยนต์ และใจกลางวงแหวนนี้จะมีลักษณะเป็นเหมือนเจลใสๆ ทั้งหมดมีหน้าที่รับแรงกระแทก และมีความยืดหยุ่นในตัว ทำให้เราเคลื่อนไหวกระดูกสันหลังได้ดีขึ้น
นอกจากพฤติกรรมใช้งานคอและหลังแบบผิดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ ที่ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมแล้ว อายุที่มากขึ้นก็เป็นสาเหตุของหมอนรองกระดูกเสื่อมเช่นกัน เพราะภาวะนี้เป็นการเสื่อมตามธรรมชาติ เมื่ออายุเกิน 30 ปี โปรตีนที่อยู่ในเจลซึ่งอยู่ข้างในหมอนรองกระดูก รวมถึงวงแหวนรอบนอกจะเริ่มเสื่อม อีกทั้งยังสูญเสียความยืดหยุ่นและคุณสมบัติการรับแรงกระแทก ทำให้เวลาขยับตัว กระแทก หรือใช้งานมากๆ จะทำให้วงแหวนที่อยู่รอบๆ เจลดังกล่าว ซึ่งทำหน้าที่ยึดระหว่างข้อต่อแต่ละข้อเปื่อยยุ่ยและฉีกขาดในที่สุด จนเนื้อของหมอนรองกระดูกเกิดการเคลื่อนไปข้างหลัง เบียดอวัยวะสำคัญที่คอ คือ ไขสันหลังที่ต่อมาจากสมอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย หรือเส้นประสาท ถ้าหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือเคลื่อน จนทำให้ความแข็งแรงในการยึดกันของข้อกระดูกสันหลังลดลง ร่างกายจะพยายามสร้างหินปูน หรือสร้างเนื้อเยื่อโดยรอบข้อต่อให้หนาตัวมากยิ่งขึ้น จะยิ่งทำให้มีการกดทับช่องไขสันหลังมากขึ้น
ระยะแรกอาจแยกไม่ออกว่าอาการปวดคอนั้น เป็นอาการปวดทั่วๆ ไป หรือปวดเพราะหมอนรองกระดูกเสื่อม แต่สามารถสังเกตได้โดย ถ้าเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อจะมีอาการเมื่อใช้งาน พอได้พักอาการจะดีขึ้น แต่กรณีที่เป็นหมอนรองกระดูกเสื่อม แม้จะพักผ่อนแล้วอาการไม่ค่อยจะดีขึ้น ยังคงปวดต่อเนื่อง ปวดคอ .

ยารักษาสิว วิธีการกำจัดรอยแผลเป็นสิวเหมาะสม
สิวเป็นสภาพผิวเวทนาชะมัดที่จะมี หากคุณประสบกับมันแล้วคุณจะต้องจัดการกับจำนวนมากทั้งจากรอยแผลเป็นมาเป็นเวลานานที่จะมา มีอะไรเลวร้ายก็คือปริมาณของการแต่งหน้าไม่มีใครจะครอบคลุมพวกเขาอย่างสิ้นเชิง คุณจึงจะต้องไปหาวิธีที่จะกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวให้ดีเพื่อที่ว่าคุณไม่ละอายใจของใบหน้ามาถึงใบหน้ากับคนอื่น ๆ แน่นอนว่าคุณก็สามารถเลือกสำหรับการรักษาด้วยเลเซอร์ แต่นี่ไม่ใช่ตัวเลือกการรักษาที่เหมาะสม ในกรณีใด ๆ รักษาเหล่านี้ทำอะไรเพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้เป็นสิวมากขึ้น
ตั้งแต่สิวทั่วไปส่งผลกระทบต่อคนหนุ่มสาวคำถามของวิธีการกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวเป็นสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง สภาพผิวของคุณสามารถเล่นความเสียหายกับชีวิตสังคมของคุณถ้าคุณไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม คนส่วนใหญ่ยอมรับว่าการรักษาสิวที่บ้านเป็นวิธีที่ดีที่สุดของการจัดการกับปัญหานี้ มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่สามารถนำไปใช้กับผิวเพื่อให้เป็นเครื่องหมายหายไป นอกจากนี้การ จำกัด อาหารมากช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเกิดสิวมากขึ้นโดยการปรับปรุงสุขภาพของคุณและทำให้คุณภาพของผิวของคุณ ยารักษาสิว.

ยารักษาสิว
ยารักษาสิว  คุณสามารถช่วยลดรอยแผลเป็นจากสิวของคุณโดยใช้ชุดหน้าโฮมเมด Mash สุกมะละกอด้วยส้อมและบีบน้ำจากครึ่งสีส้มเป็นมัน เพิ่มข้าวโอ๊ตผสมผงและผสมดี เพิ่มมากขึ้นน้ำส้มถ้าส่วนผสมหนาเกินไปสมัครแพ็คนี้ให้ใบหน้าของคุณเป็นเวลาอย่างน้อย 20 นาที ส่วนผสมของโยเกิร์ตธรรมชาติน้ำผึ้งมะนาวและไม่ได้ทำให้หวานยังเป็นประโยชน์กับรอยแผลเป็นจากสิว
มันจะต้องมีการยอมรับว่าเป็นแผลเป็นไม่ได้หายไปอย่างรวดเร็วถ้าคุณใช้วิธีการรักษาที่บ้าน แต่ขั้นตอนไม่เจ็บปวด ประโยชน์เพิ่มก็คือว่ามันเป็นค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่วนผสมโดยทั่วไปจะมีสิทธิที่บ้าน ในที่สุดการรักษาเหล่านี้มักจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของผิวของคุณ แม้ว่าพวกเขาไม่ทำงานคุณสามารถมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะไม่ได้คุณผิวของคุณ มีหลายคนบ่นของทรายที่ยิ่งใหญ่กว่าการเผาไหม้ทำให้เกิดแผลเป็นเนื่องจากการรักษาพยาบาลหรือเครื่องสำอางดำเนินการไม่ดี
ดังนั้นคุณมีแนวโน้มที่จะมีผิวที่เร่าร้อนและไม่เพียง แต่ฝ้าฟรีถ้าคุณใช้วิธีการตามธรรมชาติของวิธีการกำจัดรอยแผลเป็นจากสิว ลองเอาวิธีการที่แตกต่างกันไม่กี่จนกว่าคุณจะหาคนที่ดีที่สุดสำหรับท่าน
วิธีการรักษาแผลเป็น
แผลเป็น ไม่ว่าจะเกิดจากการเป็นสิว หรือได้รับอุบัติเหตุจนเกิดเป็นรอยแผลเป็น ก็ต้องหาวิธีรักษาแผลเป็นให้หาย ทิ้งไว้คงไม่น่าดูเท่าไหร่ การรักษาก็มีหลายวิธีด้วยกัน มีทั้งใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาจัดการ และการใช้ธรรมชาติบำบัด รักษาริ้วรอยให้เลือนหายไปได้ แต่ต้องใช้เวลา ถ้าเป็นคนใจร้อน อยากเห็นผลเร็วคงจะไม่เหมาะสม ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาแผลเป็นตามคลินิกเสริมความงามที่เปิดให้บริการทั่วไป
แต่สำหรับแผลเป็นที่เกิดจากสิว อาจจะเป็นแค่รอยด่าง ดำ กระจายเป็นจุดๆ ก็แค่สร้างความรำคาญเวลามองเห็นหน้าตัวเองในกระจก ถ้าไม่อยากเป็นแผล ทิ้งรอยด่างดำไว้ ก็ต้องงดการบีบ เค้น หัวสิวอย่างเมามัน เพราะมือเรา เล็บเรา ล้วนแต่สัมผัสกับเชื้อโรคมาตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อสัมผัสกับหัวสิว ก็จะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นไปอีก สิวที่ถูกบีบ เค้น ก็จะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น และรักษาไม่หายขาดกันซะที
วิธีการรักษาแผลเป็นมีอยู่หลายวิธี ดังนี้
? การทำเลเซอร์ ลบรอยแผลเป็น เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เสียค่าใช้จ่ายแต่ได้ผลคุ้มค่า เห็นผลเร็ว
? การผ่าตัด ทำศัลยกรรมความงาม ได้ผลเร็ว เหมาะสำหรับคนใจร้อน
? การฉีดคลอลาเจน ทำให้ผิวเนื้อเรียบขึ้นมาเสมอกัน และทำให้หน้าเปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย แต่ต้องฉีดซ้ำปีนึงไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้ง เพราะคอลลาเจนจะสลายตัวไปเองในระยะเวลา 4-6 เดือน
? ซื้อครีมลบรอยแผลเป็นมาใช้ ซึ่งมีโฆษณากันอยู่มากมายบนสื่ออินเตอร์เน็ต
? ใช้วิธีแบบธรรมชาติ นั่นก็คือ ใช้มะนาว , มะเขือเทศ, ใบมะลิ , ใบบัวบก ซึ่งเป็นสมุนไพรไทย แต่มีสรรพคุณในด้านการรักษาแผลเป็นให้จางลง จนกลายเป็นสีผิวเนื้อธรรมชาติ วิธีนี้เสียเงินเล็กน้อยเท่านั้น สามารถทำได้ทุกวันเท่าที่ต้องการ มีข้อดีตรงที่ไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ
แต่จะให้ดี เราควรดูแล รักษาความสะอาดไมให้เกิดสิวจะดีที่สุด จะได้ไม่ต้องหาวิธีรักษาแผลเป็นให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และเวลาในการรักษาอีกด้วย ยารักษาสิว.

รักษาหลุมสิว ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ รักษาด้วยวิธีธรรมชาติ
ในประเทศไทยนั้นมีอากาศที่ค่อนข้างจะร้อนเหลือเกินและคุณรู้หรือไม่ว่าความร้อนนี้ได้แผ่รังสี UV ลงมาที่ผิวของเราเต็มๆ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าของเราเกิด ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ นั่นเอง เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำท่านที่ยังไม่รู้จักวิธีรักษา ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ ด้วยวิธีทางธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งหมอ หรือ การลดรอยจุดด่างดำด้วยการทำเลเซอร์ มาฝากกันวิธีที่จะมาแนะนำวันนี้นั้นเป็นวิธีรักษา ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ โดยวิธีทางธรรมชาติ 100 % และแน่นอนว่าวิธีที่จะแนะนำนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อผิวหน้าของเราอย่างแน่นอน
สาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และ จุดด่างดำ
ฝ้า และ กระ มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า มีลักษณะสีน้ำตาลอมดำ และมีขนาดที่แตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ขนาดหย่อมเล็กๆ จนไปถึงขนาดใหญ่ บริเวณที่มักเกิดฝ้ามากที่สุด คือแถวๆ โหนกแก้ม สันจมูก และ แถวบริเวณหน้าผาก โดยทั่วไปฝ้ามักจะขึ้นเกิดในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป จนไปถึงผู้สูงอายุ ฝ้า และ กระ มักจะเกิดแถวผิวหนังส่วนที่ถูกแดด และควรรวังไม่ให้ถูกแดดซ้ำ ฝ้ามักจะเกิดจากหลายๆ ปัจจัยร่วมกัน มีผลทำให้เกิดจากการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสีในชั้นผิวหนัง ยกตัวอย่างมา 6 กรณี เช่น จากแสงแดด ฮอร์โมน ยา เครื่องสำอาง พันธุกรรม และ ภาวะทุพโภชนาการ รักษาหลุมสิว.

รักษาหลุมสิว
รักษาหลุมสิว    วิธีรักษาฝ้าและกระ โดยวิธีธรรมชาติ มีอยู่ 4 วิธี
1. หัวผักกาด ให้นำเอาหัวผักกาดมาเป็นให้เป็นแว่นๆ บางๆ ทาบริเวณแถวๆ ที่เป็น ฝ้า และ กระ ทาให้ทั่วประมาณ 5 – 10 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำอย่าต่ำวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและช่วงเย็น ฝ้า และ กระ จะค่อยๆจางลงไปภายใน 10 – 15 วัน
2. ไข่ขาวดิบ ใช้ไข่ข่าวดิบถ้าอยากให้ดีได้ผลชัวร์ๆ ก็ควรใช้รอบบริเวณไข่แดง ให้เอามาทาบนใบหน้าวันละครั้ง ครั้งละ 5 นาที แล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เมื่อไข่ขาวแห้งแล้วจะดูดเอาสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนใบหน้าของเราออกได้อย่างดีเลยทีเดียว
3. น้ำเมือกว่านหางจระเข้ ให้ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้มาทาให้ทั่วรอบใบหน้าโดยไม่ต้องล้างออก เพราะเมือกจะค่อยๆ แห้งไปเองใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที ทำวันละสองครั้ง ตอนเช้า และ ก่อนนอน
4. แตงกวา ให้นำแตงกวามาฝานเป็นแว่นๆ ให้บางเท่าที่จะทำได้ และนำมาแฟนบนใบหน้าของเราวิธีนี้คนนำมาใช้เป็นจำนวนมากเพราะยังช่วยรักษาฝ้า กระ และ จุดด่างดำ แล้วยังช่วยทำให้หน้าเนียนเด้งอีกด้วย ให้ทำก่อนนอนจะช่วยทำให้เรารู้สึกสบายหน้ามากเลย (อันนี้ผู้เขียนทำบ่อยเลยครับ หน้าเด้งดีจริงๆ)
วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ที่ช่วยทำให้หน้าเนียนใสปิ๊ง
มะขามเปียก นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบาง ๆ ให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ ทั้งนี้ หากไม่มีมะขามเปียกอาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนก็ได้ค่ะ
หัวไชเท้า เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที รับรองว่าทำเป็นประจำฝ้าหายเกลี้ยง ! ว้าว ๆ ..เพิ่งจะรู้ว่าหัวไชเท้านอกจากอร่อยแล้ว ยังช่วยให้หน้าสวยได้ด้วยนะเนี่ย !
ว่านหางจระเข้ เพราะในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้า สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกัน 1-2 เดือน จะสังเกตได้ว่ารอยฝ้า รอยดำต่าง ๆ จะดูจางอย่างเห็นได้ชัด
ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะกระ ฝ้าและสิว ไม่ว่าจะคั้นน้ำดื่มเย็น ๆ เป็นประจำหรือนำมาปั่นแล้วนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เท่านี้บรรดารอยฝ้าต่าง ๆ เตรียมย้ายบ้านหนี เหลือไว้แต่หน้าขาวเนียนสดใส
น้ำแอปเปิลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิลจะมีประโยชน์ในด้านการดูแลผิวได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะในน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่มขึ้นได้ ด้วยการน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออก
ไข่ขาว เพียงแยกไข่ขาวดิบออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดงมาทาบางให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า (อาจทาทั่วหน้าเพื่อช่วยลอกสิวเสี้ยนไปในตัว) ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้า
เมื่อได้วิธีรักษาฝ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติกันไปแล้ว สิ่งที่สาว ๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ การดูแลและปกป้องผิว ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันและควรรับประทานผัก-ผลไม้เยอะๆ เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนสวยอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ฝ้ากลับมาเยือนผิวหน้าแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า รักษาหลุมสิว.

corecarallumacenter การเลือกซื้อ อาหารเสริมลดน้ำหนัก ที่ได้ผลจริง ในบรรดา อาหารเสริมลดน้ำหนัก มากมายในท้องตลาด เราจะเลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะสม เป็นเรื่องที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำได้ยาก ดังนั้น แนะนำให้เลือกซื้อจากผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมมีความปลอดภัย ไม่มีการใส่สารสังเคราะห์หรือสารเคมี หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ส่วนผสมโดยส่วนใหญ่ได้มาจากสารสกัดจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) และยิ่งหากมีผลงานการวิจัยจากสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือให้คำรับรองก็จะดียิ่งขึ้นเพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยของตัวคุณนั่นเอง  เมื่อเราอายุมากขึ้น อัตราการเผาผลาญอาหารย่อมช้าลง หมายความว่า เมื่อเราอายุมากขึ้นแล้ว corecarallumacenter.

corecarallumacenter

corecarallumacenter แม้ว่าจะทานอาหารปริมาณเท่ากับตอนหนุ่มๆ แต่การเผาผลาญอาหารช้าลง ทำให้ยังไม่ทันเปลี่ยนเป็นพลังงานหมด อาหารก็กลายเป็นไขมัน ไปสะสมที่หน้าท้องเสียแล้ว ปัญหาคือ ทำอย่างไรถึงจะทำให้ อัตราการเผาผลาญอาหารกลับมาสูงเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิม ประการที่สอง เป็นเรื่องของการอ้วนด้วยเหตุอื่น ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ต่อมในร่างกายทำงานผิดปกติ ฯลฯ แล้วปัญหาคือ วิธีไหนที่เป็นทางสายกลาง สามารถลดความอ้วนคุณได้อย่างถาวรโดยไม่ต้องใช้ยา เร่งอัตราการเผาผลาญอาหารของคุณให้สูงขึ้น  แถมยังทำให้คุณ สามารถทานอาหารได้เหมือนคนทั่วไป และยังมีสุขภาพที่ดีกว่าคนอื่นอีกด้วย
ที่สร้างมัดกล้ามจาก น้ำหนักเริ่มแรกถึง 186 กก. เมื่อได้สร้างกล้ามเนื้อ จนเส้นใยมัดกล้าม เข้าไปไล่ที่ไขมันแล้ว ไขมันดังกล่าวหายไปถึง 86 กก.เลยทีเดียว จากที่สัมภาษณ์คุณบรู๊ซแล้ว พบว่าเขาไม่ได้ทานยาพิเศษ หรือต้องอดอาหารอย่างใดทั้งสิ้น เพราะถ้าใช้วิธีทานยานั้น ยานี้ ชีวิตเขาทั้งชีวิต ก็ต้องใช้ยานี้ไปตลอด เลิกเมื่อไรก็ต้องกลับมาเหมือนเดิม หรือถ้าจะให้อดอาหาร ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ถึงไหน สู้มาสร้างมัดกล้าม ด้วยการเพาะกาย ให้ทั้งความแข็งแรง และแข็งแกร่ง มีผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง จะดีกว่า เมื่อคุณมุ่งมั่นแล้วว่าต้องการลดความอ้วนให้ได้ สิ่งที่คุณต้องตุนไว้เป็นสเบียงให้มากที่สุดก็คือ จิตใจ นั่นเอง  จงอย่าคิดว่าไร้สาระ หรือฟังมามากแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ ที่ต้องเน้นเพราะว่า สมมติว่าคุณเคยน้ำหนัก 100 กก. อุตส่าห์ลดลงมาได้ตั้ง 10 กก. อยู่มาวันหนึ่ง มีเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน มาเห็นคุณในน้ำหนัก 90 กก.เข้า ก็บอกว่าคุณอ้วน corecarallumacenter (ซึ่งความจริงแล้วคุณลดได้ตั้ง 10 กก.แล้ว) คุณก็เลยแค้นเขามาก หรือไม่ก็น้อยใจ เลยประชดด้วยการเลิกลดความอ้วนไปเสียดื้อๆ อย่างนี้ไม่ดีแน่  มีหลายวิธีที่ถูกแนะนำให้คุณ เช่นให้ใช้อาหารลดความอ้วน ให้อดอาหาร จริงอยู่ที่ว่าคุณอาจลดได้ถึง 5 – 10 กก.ภายในสองเดือน เหมือนที่เขาโฆษณาจริงๆ ถ้าเปรียบเป็นละคร ก็เหมือนกับตอนที่พระเอกและนางเอก ได้แต่งงานกันตอบจบของเรื่อง ทุกคนสมหวัง  คนที่แนะนำคุณก็ไม่เสียหน้า  แต่ปัญหาคือ คุณจะทำอย่างไรกับชีวิตที่เหลือของคุณ  หนังไม่พูดถึงชีวิตหลังแต่งงานของพระเอกและนางเอก เช่นเดียวกับคนที่แนะนำคุณ ก็ไม่พูดต่อไปว่า หลังจากคุณลดน้ำหนักได้ผลแล้ว จะต้องทำยังไงต่อไป ทานแอปเปิ้ลเขียว 1 ลูกแทนมื้ออาหารตลอดชีวิต? ทานน้ำหัวบุกตลอดชีวิต? กินยาลดความอ้วนตลอดชีวิต corecarallumacenter.

corecarallumacenter.com ผู้หญิงคนไหนที่กำลังคิดอยากลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน เรื่องการกินอาหารย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องใส่ใจอย่างมาก เพราะหากเราไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินให้ถูกต้องเหมาะสมได้ การลดน้ำหนักก็ย่อมเป็นไปได้ยากค่ะ วันนี้เรามาดูกันนะคะ กับพฤติกรรมการกินอาหารแบบผิดๆ ที่คุณอาจจะเข้าใจผิดมานานจนทำให้การลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจจะได้หุ่นผอมมาก็จริง แต่กลับไม่ได้ทำให้สุขภาพแข็งแรงสดใสตามเลย แท้จริง ต้องทำอย่างไรนั้น.. งั้นเรามาดูหลักการกินอาหารลดน้ำหนักที่ถูกต้องไปพร้อมกันเลยนะคะ คุณรู้ไหมว่าร่างกายของคนเราจำเป็นจะต้องได้รับสารอาหารที่ให้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเป็นประจำทุกวัน แม้ว่าจะอยู่ในช่วงลดน้ำหนักก็ควรใส่ใจการกินคาร์โบไฮเดรตเหมือนกัน corecarallumacenter.com.

corecarallumacenter.com

corecarallumacenter.com โดยอาจจะหลีกเลี่ยงการกินข้าวขาวและขนมปังขาว แต่หันมากินข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย ข้าวโพดและอาหารธัญพืชอื่นๆ ที่ไม่ขัดสีแทน รับรองค่ะว่าอาหารเหล่านั้นจะอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด ทั้งยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์และเป็นแหล่งของไฟเบอร์สูง เหมาะสมกับสาวๆ ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักอย่างมาก เพราะฉะนั้น จงอย่าปล่อยให้สุขภาพร่างกายอ่อนแรง อิดโรยอยู่ตลอดเวลา เพราะนอกจากจะผอมแห้งแรงน้อยแล้วยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคตามมาอีกด้วย หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดีในเมนูจานสลัดผักที่อุดมไปด้วยผักสดต่างๆ หลายชนิดผสมผสานกัน และเข้าใจกันดีว่าการกินผักสดนอกจากทำให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์สูง อิ่มท้องง่ายและอยู่ท้องนานแล้ว ยังได้รับวิตามินดีกว่าการปรุงให้สุกอีกด้วย แต่แท้ที่จริงแล้ว หากคุณต้องการให้ร่างกายได้รับวิตามินหรือสารอาหารต่างๆ จากผักอย่างครบถ้วน การปรุงให้สุก(ยกเว้นการต้ม)ร่างกายก็สามารถดูดซึมสารอาหารจากผักได้ดีเช่นเดียวกัน และยังทำให้คุณกินเพื่อลดน้ำหนักสำเร็จได้ดีไม่แพ้กันด้วย ฉะนั้น ใครที่เบื่อหน่ายกับการกินสลัดผักสดลองเปลี่ยนมาทำเมนูผักอื่นๆ ที่ปรุงสุกบ้าง ก็ทำให้ร่างกายได้รับคุณประโยชน์และทำให้หุ่นของคุณผอมสวยได้เหมือนกันค่ะ ไม่จริงเสมอไปหรอกนะคะ เพราะยังมีผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลซึ่งให้ความหวานสูง แต่ทานแล้วอร่อยอย่างกล้วยที่ทำให้สาวๆ สามารถกินในยามลดน้ำหนักได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากกล้วยเป็นผลไม้ที่มีแคลอรีเพียง 105 แคลอรีเท่านั้น แต่กลับอุดมไปด้วยคุณประโยชน์นานับประการไม่ว่าจะเป็นแหล่งรวมของวิตามินบีหลายชนิด มีโพแทสเซียม แมกนีเซียมและใยอาหารสูง ทานแล้วอิ่มท้องนานและกล้วยยังให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายมีพละกำลังในการทำงานตลอดวัน เหมาะกินเป็นอาหารว่างพร้อมกับดื่มน้ำ 1 แก้ว รับรองค่ะว่าใยอาหารจากกล้วยนั้นจะเข้าไปพองตัวในกระเพาะทำให้สาวๆ ไม่มีอาการอยากกินจุบจิบหรือโหยอาหารมื้อหนักๆ อีกเลย ถ้าคุณเลือกกินให้เป็นแบบนี้ก็ไม่มีทางอ้วนแน่นอน นอกเสียจากกินทุเรียน มังคุด ลำไยและละมุด เป็นต้น เพราะผลไม้เหล่านั้นต่างหากที่มีน้ำตาลสูงและทำให้อ้วนแท้จริง หากคุณเป็นหนึ่งในสาวที่ชอบนอนดึกเป็นประจำ อาการหิวโหยรอบดึกย่อมมาเยือนบ่อยครั้งเป็นแน่ ดังนั้น เราจะต้องเตรียมตุนอาหารแคลอรีต่ำติดตู้เย็นเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เราเผลอหยิบอาหารแคลอรีสูงที่ทำให้อ้วนมากินนั่นเอง ว่าแต่มีอะไรบ้างละ ..เรามาดูกันเลยดีกว่า corecarallumacenter.com เมื่อไรที่นอนดึกหรือเกิดอาการหิวยามดึก เชื่อว่าสาวๆ หลายคนมักจะเปิดตู้เย็นหยิบนมพร่องมันเนยมากินให้อิ่มท้อง แต่บางครั้งมันก็ไม่ได้ทำให้เราอิ่มท้องเสมอไปจริงมั้ยคะ ในขณะเดียวกัน นอกเหนือจากนมแล้ว เรายังมีทางเลือกให้สาวๆ หันมากินอาหารประเภทแคลเซียมสูงอย่างนมในอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็คือ โยเกิร์ตนั่นเอง แต่ต้องเป็นโยเกิร์ตแบบไขมันต่ำเท่านั้น เนื่องจากโยเกิร์ตให้แคลอรีเพียงแค่ 100 kcal แต่กลับอุดมด้วยสารอาหารดีๆ อย่างแคลเซียมและโปรตีนสูง นอกจากนี้ ยังมีแบททีเรียชนิดดีต่อลำไส้ หากกินตอนดึกเบาๆ สักถ้วย ตื่นเช้าขึ้นมาระบบขับถ่ายของคุณจะต้องทำงานดีเยี่ยมสุดๆ และหากใครอยากได้ไฟเบอร์ก็สามารถหั่นผลไม้ลงไปเพิ่มอรรถรสความอร่อยได้เลย corecarallumacenter.com.

corecaralluma จะช่วยล้างไขมันที่ติดผนังลำใส้ และขับถ่ายออกมา  เบต้ากลูแคนจากบริวเวอร์ยีสต์ ดูด ซับไขมัน(คอลเลสเตอรอล) ต่อต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูมิต้านทานโรค และฟื้นฟูสภาพผิว ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลท ทำงานร่วมกับเอนไซม์แลคเตตและมาเลตดีไฮโดรจีเนส ร่างกายเร่งเผาผลาญพลังงาน เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ลดสิว และช่วยในการทำงานของสมอง ตลอดจนเพิ่มการตื่นตัวทางจิต ไม่เครียด corecaralluma.

corecaralluma
corecaralluma คอร์ คาราลลูม่า ลดน้ำหนักสูตรใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพมากกว่าเดิมCore Caralluma คอร์ คาราลลูม่า กล่องเขียวสูตรใหม่ ราคาส่ง
ช่วยลดอาการอยากรับประทานอาหารจุบจิบเกินความจำเป็นของร่างกาย เร่งระบบการเผาผลาญไขมันลดปริมาณไขมันสะสมในร่างกาย สร้างพลังงานให้แก่ร่างกายและเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ บอกลาปัญหาน้ำหนักเยอะ อยากลดความอ้วนแต่ลดยาก ไขมันส่วนเกิน พุงหาย แขนลด ขาเล็ก เซลล์ลูไลท์ ผิวเปลือกส้ม ปัญหาผิวหมองคล้ำ ไปได้เลย เพราะ Core caralluma จะช่วยให้คุณประทับใจกับผลลัพท์  สารสกัดด้วยกระบวนการพิเศษออกฤทธิ์ 100% หนึ่งเม็ดจึงครบครันด้วยคุณภาพสูง  อาหารเสริมลดน้ำหนักจากบริษัท คอร์ เคมาตีส จำกัด(Core Chematist) Core Caralluma มีคุณสมบัติช่วยลดอาการอยากอาหาร กินจุ๊บจิ๊บ เกินความจำเป็นของร่างกาย เร่งระบบเผาผลาญไขมัน ช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้ ช่วยดักจับไขมัน ไม่ให้ไปสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลร่างกาย Core Callaruma มีสารสกัดจากธรรมชาติที่ครบถ้วนคุณประโยชน์ เพื่อการดูแลสุขภาพที่ดีของตัวคุณ corecaralluma คุณสมบัติของส่วนประกอบสำคัญ สารสกัดต้นกระบองเพชร คารัลลูม่า ฟิมบริเอต้าลดอาการอยากอาหาร ลดกินจุบจิบ เร่งระบบการเผาผลาญไขมัน ลดปริมาณไขมันสะสมในร่างกาย ลดชั้นไขมัน และเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ สารสกัดจากเมล็ดลูกซัคลดระดับน้ำตาลในเลือดและดูดซึมน้ำตาลกลูโคสช้าลง ทำให้น้ำหนักลดไว จะออกฤทธิ์ทำให้การดูดซึมน้ำตาลกลูโคสในลำไส้ช้าลง จึงสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้ ไคโตซาน ดักและดูดซับไขมัน corecaralluma.

สิวผด เคล็ดลับหน้าใส มีอยู่หลายตำรับตำราด้วยกัน ตั้งแต่สูตรสมุนไพรโบราณ ที่หาได้ง่ายในห้องครัว ครีมบำรุงผิวสูตรต่าง ๆ เครื่องสำอางแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ไปจนถึงนวัตกรรมทรีตเมนต์ผิวหน้า ให้สวยกระจ่างใส
แต่หลายคน คงจะลืมไปว่า การผิวหน้าที่สวยใสนั้น ไม่ใช่แค่การบำรุงแต่เพียงอย่างเดียว หากควรได้รับการพักผ่อนดูแล รักษาความสะอาด ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งไม่แพ้การดูแลผิวแบบอื่น ๆ
โดยเฉพาะก่อนนอน คุณได้ดูแลผิวหน้าคุณเป็นอย่างดีแล้วหรือยัง เรามีเคล็ดลับการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธีมาแนะนำกัน เพื่อจะได้มีใบหน้าที่สวยใส ไร้ริ้วรอย
เคล็ดลับหน้าขาวใส
ขั้นตอนแรก การบำรุงผิวหน้า – อยู่ที่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าของแต่ละคน
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่ผิวหน้าแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำนมเป็นหลัก เพราะจะช่วยทำความสะอาดและเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวเราด้วย สำหรับคนผิวมัน ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งเป็นผลัก จะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าด้วย
ขั้นตอนที่ 2 การทำความสะอาดใบหน้า – มีเรื่องที่ต้องใส่ใจอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน
- การใช้ Cleansing ให้นวดทาทิ้งไว้ 30 วินาที – 1 นาที เพื่อให้ตัวครีมละลายสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง คราบไขมันอุดตัน
- การล้างหน้า ควรล้างหน้าใบเบาบางที่สุด ไม่ขัดถูแรง ๆ เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย อย่าใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง เพราะจะมีแรงกดมาก เป็นสาเหตุของริ้วรอย ใช้เพียงนิ้วกลางและนิ้วนางโดยเริ่มหมุนนิ้วออกเป็นวงกลม เริ่มจากบริเวณคาง คลึงนวดเบาๆ ไล่ขึ้นไปตามแก้ม ไล่จากบริเวณจุดกลางไปตามลายกล้ามเนื้อออกไปทางด้านข้าง ไล่ขึ้นไปที่หน้าผาก เป็นการต้านแรงโน้ม อาจจะเน้นบริเวณร่องจมูก เพื่อป้องกันการเกิดสิวเสี้ยน ส่วนวิธีการล้างออกนั้น ให้วักน้ำขึ้นมาแปะผิวหน้า ลูบเบา ๆ ห้ามถู เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยเช่นกัน
จากนั้นปล่อยให้ผิวหน้าเราได้พักผ่อน ด้วยการเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูสภาพผิว ตื่นเช้ามาก็จะมีผิวสวยสดใสเปล่งปลั่ง ที่สำคัญ ใครที่มีสิวบ่อย ๆ ใช้วิธีนี้ สิวจะลดลงด้วย อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะคะ สิวผด.

สิวผด
สิวผด สวยจากภายใน
สมัยนี้ ไม่ว่าจะหนุ่ม จะสาว จะไม่หนุ่ม ไม่สาว ต่างก็มองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพราะต้องการขาวใส ส่องกระจกตกใจเพราะดูดีเกินเหตุ จนทำให้หลาย ๆ คนหน้ามืดตามัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ หรือ โฆษณาชวนเชื่อไว้เกินจริง แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแต่สารเคมีที่ให้ผลดีระยะสั้น แต่ให้ผลเสียระยะยาว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย FWD จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่สามารถมั่นใจได้ว่าเป็นผลผลิตจากธรรมชาติ เพื่อที่จะทำให้ความสวยงามนั้นเปล่งปลั่งออกมาจากภายใน โดยเรามีทริคดีๆมาฝากด้วยค่ะ
1. รับประทานปลาจากทะเล
เลือกรับประทานอาหารประเภทปลาสดบ่อยๆนะคะ ใช้วิธีการปรุงด้วยการนึ่ง หรือ ต้มเพื่อที่จะคงสารอาหารเอาไว้ให้ได้มากกว่าการทอด (ไม่อ้วนด้วยค่ะ) สารอาหารในเนื้อปลาอัดแน่นไปด้วยแร่ธาตุดีๆมากมายที่จะช่วยทำให้คุณสุขภาพดี และ ทำให้ผิวสวยขึ้นอีกด้วยค่ะ
2. ดื่มนมทุกวัน
การดื่มนม ก็เป็นตัวช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้อีกด้วยนะคะ จะนม โยเกิร์ต หรือ นมเปรี้ยว นอกจากจะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมายแล้ว ก็ยังสามารถช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ทำงานได้ดี ร่างกายสามารถขับสิ่งสกปรกตกค้างออกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งได้ด้วยค่ะ
3. ผลไม้เปรี้ยวจี๊ด
บางคนอาจจะเข็ดฟันพอพูดถึงนะคะ แต่การรับประทานผลไม้เปรี้ยวๆ เช่น มะนาว ส้ม องุ่น จะเป็นการเติมวิตามินซีให้ร่างกายของเราได้อย่างดีค่ะ ช่วยไม่ให้เราเป็นหวัด ไม่สบาย แถมยังช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องไสขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วยค่ะ แบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว
4. ผักเขียวๆ ธัญพืช และ ถั่วต่างๆ
การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นต้องไม่ลืมการรับประทานผักใบเขียวด้วยนะคะ การรับประทางผักจะช่วยเสริมสร้างสารอาหารที่สำคัญๆให้แก่ร่างกาย ให้สารแอนตี้ออกซิเด้นท์ที่ช่วยต่อต้านริ้วรอยได้อย่างดีเลยค่ะ นอกจากนั้น ก็ควรรับประทานอาหารประเภทถั่ว และ ธัญพืชเป็นประจำด้วยค่ะ เพราะจะอัดแน่นไปด้วยวิตามันทำให้ช่วยกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเดิม เผยเซลล์ผิวใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมให้ด้วยค่ะ
ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ เพียงแค่รับประทานอาหารดีๆ ไม่ลืมรับประทานอาหาร 4 อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ก็สามารถช่วยให้คุณมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเจ็บตัวไปเจอมีดหมอ เข็มหมอ ไม่ต้องโบ๊ะให้หนักหน้า ก็สวยได้จากถภายใน นำไปใช้แล้วได้ผลยังไง มาแบ่งปันกันได้นะคะ ขอให้ผิวใส ผิวสวยกันทุกท่านค่ะ สิวผด.

สิวอุดตัน สูตรมาส์กหน้า ต้านริ้วรอย
สาวๆ ที่มุ่งมั่นตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน หรือไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง เวลาส่องกระจก คงจะรู้สึกว่าหน้าเราดูไม่สดชื่นเปล่งปลั่ง แถมเริ่มจะมีริ้วรอยเป็นของแถมอีกแน่ะ
ไม่ได้การ งานนี้ต้องปฏิวัติตัวเองซะหน่อย…และก็กลับมา อีกครั้งกับสูตรผิวหน้าสวยใสไร้ริ้วรอย แลดูอ่อนเยาว์สำหรับคุณผู้หญิง ไม่ต้องไปเข้าสปานวดหน้าให้เสียเงิน แต่เราสามารถใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ไม่ยาก แถมยังสามารถหาได้ในบ้านเราอีกด้วยค่ะ
มาเริ่มกันเลย…
สูตรที่ 1 มาส์กน้ำผึ้ง ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะครึ่งกับน้ำแครอตคั้นสด ๆ ครึ่งช้อนชา ทาลงบนใบหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ 20 นาที เช็ดออกด้วยการใช้สำลีจุ่มน้ำอุ่น ๆ ที่ผสมเบกกิ้งโซดาหนึ่งหยิบมือ
สูตรที่ 2 มาส์กไข่ขาว ไข่ขาว 1 ฟองจนเป็นครีมขาว แล้วเติมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ทาส่วนผสมลงบนใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ 20 นาที ล้างออกแล้วทามอยส์เจอร์ไรเซอร์
สูตรที่ 3 มาส์กกล้วยหอม บดกล้วยหอมสุกจัด 1 ลูกจนเป็นครีมข้น เติมน้ำกุหลาบ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วทาให้ทั่วไปหน้า ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น สิวอุดตัน.

สิวอุดตัน
สิวอุดตัน  ไม่ว่าจะใช้สูตรไหน หากใช้เป็นประจำ ผิวของคุณจะกระชับ และยืดหยุ่นมากขึ้น แถมยังดูสดใสเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์อีกด้วยแค่นี้ก็โบกมือลาริ้วรอยไปได้เลย…
ผิวหน้าสวยใสนั้นสำคัญขนาดไหน สาว ๆ รู้ดี แน่นอน ถ้าอยากแต่งหน้าให้เนียนเรียบสวยงาม การเตรียมผิวย่อมเป็นสิ่งสำคัญ มาดูกันว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง
ขั้นตอนแรก ต้องเตรียมผิวให้สะอาด โดยการล้างหน้าให้สะอาดหมดจดทั้งเช้าและเย็น ที่สำคัญเวลาทำความสะอาดหน้า ควรทำอย่างนุ่มนวล อย่านวดหน้าหรือถูหน้าแรงเกินไป อาจทำให้ผิวช้ำเกิดริ้วรอยได้
ขั้นตอนต่อมา ปลุกชีวิตชีวาให้กับผิวหน้า ด้วยการให้โทนเนอร์ปรับสภาพผิว โดยใช้สูตรให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน
ขั้นตอนที่ 3 บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรซอร์ ทั้งเช้าเย็น สำหรับตอนเช้าควรแน่ใจว่ามอนส์เจอร์ไรเซอร์ที่คุณใช้มีสารกันแดด หรือค่า SPF ที่จะช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้
ขั้นตอนที่ 4 ดูแลผิวหน้าด้วยการหาเวลาซัก 2- 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อขัดผิวหน้าหรือบำรุงผิวด้วยสูตรง่าย ๆ ทำเองที่บ้าน ให้รู้สึกผ่อนคลาย โดยเลือกหาสูตรสครับผิวที่ไม่แรงเกินไป และเหมาะกับสภาพผิวหน้าของตัวเอง
ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากบำรุงผิวในขั้นตอนที่ 4 แล้ว ก่อนนอนก็มาส์กหน้ากันซะหน่อย เป็นการเติมสารอาหารให้กับผิวหน้า จากนั้นก็เข้านอนหลับฝันดี
Tips ไม่ลับ
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสภาพอากาศที่มีแดดจัดหรือเมฆครึ้มทั้งวัน ก็ไม่ควรละเลยครีมกันแดด และควรแน่ใจด้วยว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือครีมรองพื้นมีสารกันแดดที่ค่า SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป
รู้วิธีการเตรียมผิวสวยกันไปแล้ว อย่าลืมติดตามดูว่าคราวหน้าเราจะแนะนำวิธีการแต่งหน้าแบบไหน ที่สวยได้ตามสไตล์คุณ สิวอุดตัน.